มาตรฐานการเข้าถึงเว็บ WCAG 2.2 AA
มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

สสส. ปล่อยพลัง Teacher Challenge รณรงค์ “งดหน้าจอก่อน 2 ขวบ” ด้วยปฏิบัติการ “อ่านนิทานให้เด็กฟัง วันละ 4 รอบๆ ละ 4 เล่ม”


แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ร่วมกับ สถาบันวิจัยประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล ถอดบทเรียน 3 สัปดาห์ “งดหน้าจอก่อน 2 ขวบ” กับ “ปฏิบัติการ Teacher Challenge : อ่านนิทานให้เด็กฟัง วันละ 4 รอบ รอบละ 4 เล่ม” เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting เปิดพื้นที่เรียนรู้แลกเปลี่ยนครูแกนนำ 92 คน จากทั่วประเทศแบ่งปันประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง (Tacit Knowledge) เพื่อพัฒนาเป็นความรู้ที่สามารถเผยแพร่และขยายผลสู่สังคม (Explicit Knowledge)


ครูแกนนำได้สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านพัฒนาการของเด็ก การเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเรียนรู้ของครู และการมีส่วนร่วมของครอบครัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “การอ่านนิทานให้เด็กฟังอย่างมีความสุข” เป็นกิจกรรมง่ายๆ ช่วยพัฒนาเด็ก อาทิได้อย่างเป็นรูปธรรม เด็กสามารถจดจำเนื้อหาหนังสือได้ทั้งเล่มภายในเวลาเพียง 2 วัน หากครูหรือครูฝึกงานอ่านผิด เด็กช่วยกันทักท้วงและบอกคำที่ถูกต้อง จนผู้ปกครองเกิดความประหลาดใจเมื่อเด็กกลับไปเล่านิทานที่บ้าน และเข้ามาสอบถามครูถึงวิธีการจัดกิจกรรม


ครูหลายคนยังพบว่า เด็กที่เคยไม่กล้าพูด เริ่มสื่อสารความต้องการของตนเองได้มากขึ้น กล้าใช้คำศัพท์ใหม่ แม้เป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย เช่น คำทักทายและคำขอโทษในภาษามลายู อีกทั้งเด็กยังลดการเรียกร้องให้เปิดโทรทัศน์ เพราะรอคอยช่วงเวลาอ่านนิทานในแต่ละวัน


ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงพัฒนาทักษะภาษาให้เด็ก แต่ยังครอบคลุมถึงการมีสมาธิ การจดจ่อ การสังเกต การคิดวิเคราะห์ และการพัฒนาทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิต (Executive Functions: EF) เด็กสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวในนิทานกับชีวิตจริง สนใจเรื่องสุขอนามัยตามตัวละคร เข้าใจความแตกต่างของผู้อื่น มีความเห็นอกเห็นใจเพื่อน รู้จักกล่าวขอโทษ และแสดงออกถึงการให้อภัยผ่านการกอดเพื่อนหลังเกิดความขัดแย้ง


ขณะเดียวกัน ครูผู้สอนสะท้อนถึงตนเองว่า ทำให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองมากขึ้น เห็นพลังของการใช้หนังสือที่ถูกวิธี แม้จะเป็นหนังสือเล่มเดิมๆ – มีหนังสือไม่มาก เด็กไม่เบื่อ แม้อ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำหลายครั้ง ครูหลายคนเริ่มออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากหนังสือนิทาน และเมื่อเด็กต้องการยืมหนังสือกลับบ้าน ครูได้ค้นหาและจัดพิมพ์หนังสือจากเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ ที่แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เปิดบริการอ่านและดาวน์โหลดฟรี เพื่อให้ครอบครัวสามารถอ่านต่อเนื่องที่บ้าน


นอกจากนี้ ครูยังนำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไปสื่อสารกับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อขอสนับสนุนการจัดซื้อหนังสือนิทานเพิ่มเติม บางศูนย์ฯ ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อจัดกิจกรรมระดมทุนสำหรับจัดหาหนังสือให้เด็กปฐมวัย แสดงให้เห็นว่าพลังของการอ่านกำลังขยายจากห้องเรียนสู่ครอบครัวและชุมชน


การถอดบทเรียนครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับการเติมเต็มองค์ความรู้ผ่านการนำเสนอผลการติดตามโครงการ การแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาจากห้องเรียนจริง เกมส่งเสริมการเรียนรู้จากหนังสือภาพ และการแนะนำหนังสือนิทานชุดใหม่ พร้อมแนวทางต่อยอดกิจกรรมการอ่านสู่ครอบครัว โดยวิทยากร นางสาวระพีพรรณ พัฒนาเวช กรรมการมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านและบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก ที่ได้เติมความรู้ถึงความสำคัญการอ่านและแนวทางการใช้หนังสือเพื่อพัฒนาเด็กชุดที่ 2 เพื่อใช้ในสัปดาห์ถัดไปและใช้จนครบ 8 สัปดาห์


ทั้งนี้ นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า “แม้ผลสำคัญของการรณรงค์งดหน้าจอก่อน 2 ขวบ ด้วยการ “ปิดจอ เปิดนิทาน” สะท้อนความสำเร็จ แม้ครูจะดำเนินกิจกรรมไปเพียง 3 สัปดาห์ ด้วยเพราะหนังสือนิทานที่เลือกสรรเหมาะสมวัยเด็ก, ครูเกิดความเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของตัวเอง และตัวเด็กเองที่เกิดความเปลี่ยนแปลงสร้างความประทับใจให้ครูภายใน 2-3 วันแรก กิจกรรมนี้ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยครูแกนนำ 92 คน จะนำหนังสือนิทานชุดใหม่ ใช้จนครบระยะเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อนำมาสรุปผลและแถลงผลการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เห็นความสำคัญของการ “งดหน้าจอก่อน 2 ขวบ” ผ่านพลังของการอ่านและเวลาคุณภาพระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่”


ผู้สนใจติดตามการอบรมปฏิบัติการและแนวทางการพัฒนาเด็กด้วยกิจกรรมการอ่านทางเพจ “ศูนย์ข่าวอ่านยกกำลังสุข” และเข้าชมหนังสือนิทานรางวัลต่างๆ ของมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ได้ทางเว็บไซต์ www.happyreading.in.th