สสส. มอบหนังสือภาพ “เรายังรักกันทุกวันจ้ะ” และ “คู่มือการจัดการโรงเรียนรับมือโควิด-19” ส่งพลังใจบุคลากรทางการแพทย์ชายแดนใต้ ในงาน “เปิดโรงเรียนปลอดภัย เสริมพลังใจบุคลากรทางการแพทย์”


นอกจากมาตรการ และการให้ความรู้แก่โรงเรียนต่างๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อให้แก่บุคลากรของโรงแรม และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจวิธีการป้องกันตัวเองจาการติดเชื้อ แพร่เชื้อ รวมถึงการทำความสะอาดที่ถูกต้อง เพื่อให้มีความปลอดภัยในการรับนักท่องเที่ยว

ทางด้าน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนัก 11 สสส. กล่าวว่า “จากผลสำรวจสุขภาพจิตในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต โดยการสุ่มตัวอย่างของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศตามเขตสุขภาพ พบว่า ระดับความเครียดของบุคลากรเพิ่มขึ้น โดยความเครียดระดับมากและมากที่สุดเพิ่มขึ้นจาก 6.4% เป็น 7.9% เช่นเดียวกับทุกประเทศที่มีการระบาด และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development ; OECD, 2002) ออกมาให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ต้องการหนังสือมากที่สุด พร้อมเรียกร้องผลักดันให้รัฐบาลนานาประเทศที่ประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จัดหาหนังสือมาแจกจ่ายให้แก่เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวยากจน เหตุผลเพราะหนังสือมีบทบาทอย่างมากต่อการช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ระหว่างรอการเปิดเทอมที่ยืดระยะเวลาออกไป และการอ่านหนังสือยังเป็นวิธีการคลายเครียดที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดกว่ากิจกรรมอื่น ๆ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน จึงระดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมอนามัย สถาบันราชานุกูล สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เครือข่ายฮักอ่านยโสธร ฯลฯ ร่วมจัดพิมพ์หนังสือกว่า 200,000 เล่ม ส่งมอบเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าถึงหนังสือทั้งในชุมชน และช่องทางออนไลน์ทาง www.happyreading.in.th เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์”

