สสส. ปลื้ม โปรเจค “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน” ช่วยเด็กไทยพัฒนาการดีสมวัย มีทักษะการอ่านเพิ่ม 69.84%
ขอบคุณภาพประกอบจาก สสส. https://www.thaihealth.or.th/?p=414798
สสส. ปลื้ม โปรเจค “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน” ช่วยเด็กไทยพัฒนาการดีสมวัย มีทักษะการอ่านเพิ่ม 69.84% ทักษะการเขียนเพิ่ม 63.49% มีสมาธิดีเพิ่มขึ้น 57.14% ชี้ การลงทุนการอ่าน “สร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมสูง 71%” เดินหน้าสานพลัง TK Park-ภาคีเครือข่าย สร้าง “วัฒนธรรมการอ่าน” หนุนเด็กเติบโตมีสุขภาวะทางปัญญาเข้มแข็ง อุดช่องว่าง ผลสำรวจ พบเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าด้านการใช้ภาษาสูง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9%
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มี.ค. 2569 ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการ “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน : แถลงผล SROI สู่กุญแจพัฒนาการเด็กไทยยุค AGI” เพื่อเผยแพร่ผลการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ภายใต้โครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้”
รศ.จุมพล รอดคําดี กรรมการกํากับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันโลกก้าวเข้าสู่ยุค Artificial General Intelligence (AGI) ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเรียนรู้ของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับรายงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 2566 โดยสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบเด็กไทย 22.5% มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษาสูงถึง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9% กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา 44.6% และการเคลื่อนไหว 28.2% นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเด็กอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึงระบบฟื้นฟู ติดตามช่วยเหลือ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ซ้ำเติมให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย นอกจากนี้ ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จนเด็กต้องออกจากระบบการศึกษา (Dropout) ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องร่วมกันหยุดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพิ่มพูนสมรรถนะการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กมีพัฒนาดีเหมาะสมตามช่วงวัย
“สสส. และแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ได้สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการอ่าน เพื่อบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัยในหลายพื้นที่ เช่น โครงการวิจัยโรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ งานวิจัยด้านการฟื้นฟูการเรียนรู้ทางภาษาในเด็กปฐมวัย โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการสวัสดิการหนังสือ 3 เล่มในบ้าน และโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้ โดยมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ผลลัพธ์จากการดำเนินงานผ่านทางมุมมองของกระบวนกรอย่างต่อเนื่อง พบว่า เด็กมีพัฒนาการด้านการสะกดคำเพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการใช้คำศัพท์เพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น 63.49% มีสมาธิเพิ่มขึ้น 57.14% ความสำเร็จดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของยูเนสโก (UNESCO) ที่ยืนยันว่า การเรียนรู้หนังสือเป็นสิทธิมนุษยชนและเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน การวางฐานการอ่านเป็นทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขวิกฤติพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาของเด็กไทยอย่างเข้มแข็ง” รศ.จุมพล กล่าว
นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า แผนงานฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการปฏิบัติการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” โดยใช้ชุดหนังสือฝึกหัดอ่านตามระดับพัฒนาการทางภาษาของเด็กที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กไทยช่วงอายุ 3-9 ปี และในปี 2568 แผนงานฯ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินงานวิจัย การประเมินผลตอบแทนทางสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด Theory of Change (TOC), Social Return On Investment (SROI) และ The Life Experiences Survey (LES) เพื่อสะท้อนต้นทุนและผลตอบแทนทางสังคมของการลงทุนด้านวัฒนธรรมการอ่าน ซึ่งจากการศึกษาผลตอบแทนทางสังคม พบการลงทุนในการดำเนินโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน จำนวน 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมคิดเป็นมูลค่า 1.71 บาท สะท้อนการสร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 71% ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างกระบวนการอ่านด้วยชุดหนังสือมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อน “นิเวศวัฒนธรรมการอ่านยุค AGI” เพื่อยกระดับศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่ออนาคตเด็กไทย

นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการออกแบบแหล่งเรียนรู้และระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนา “คน ทรัพยากร และนโยบาย” จำเป็นต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หากประเทศไทยมีทรัพยากรด้านสื่อและเทคโนโลยี ที่สอดรับกับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัย จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามชมนิทรรศการ “อ่าน อาน อ๊าน ปลดล็อกวิกฤติพัฒนาการด้านภาษาไทยของเด็กไทย” ได้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 5 – 15 มีนาคม 2569 อุทยานการเรียนรู้เครือข่ายจังหวัดยะลา พะเยา สมุทรสาคร และนครราชสีมา ตลอดเดือนมีนาคม 2569 สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ชั้น 3 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ระหว่างวันที่ 17 – 31 มีนาคม 2569 และห้องสร้างปัญญาชั้น 2 ตลอดเดือนมีนาคม 2569 เปิดอ่านและดาวน์โหลดฟรีได้ที่ www.happyreading.in.th
<
สสส. ปลื้ม โปรเจค “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน” ช่วยเด็กไทยพัฒนาการดีสมวัย มีทักษะการอ่านเพิ่ม 69.84% ทักษะการเขียนเพิ่ม 63.49% มีสมาธิดีเพิ่มขึ้น 57.14% ชี้ การลงทุนการอ่าน “สร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมสูง 71%” เดินหน้าสานพลัง TK Park-ภาคีเครือข่าย สร้าง “วัฒนธรรมการอ่าน” หนุนเด็กเติบโตมีสุขภาวะทางปัญญาเข้มแข็ง อุดช่องว่าง ผลสำรวจ พบเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าด้านการใช้ภาษาสูง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9%
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มี.ค. 2569 ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการ “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน : แถลงผล SROI สู่กุญแจพัฒนาการเด็กไทยยุค AGI” เพื่อเผยแพร่ผลการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ภายใต้โครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้”
รศ.จุมพล รอดคําดี กรรมการกํากับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันโลกก้าวเข้าสู่ยุค Artificial General Intelligence (AGI) ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเรียนรู้ของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับรายงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 2566 โดยสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบเด็กไทย 22.5% มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษาสูงถึง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9% กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา 44.6% และการเคลื่อนไหว 28.2% นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเด็กอีกจำนวนมากเข้าไม่ถึงระบบฟื้นฟู ติดตามช่วยเหลือ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ซ้ำเติมให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย นอกจากนี้ ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จนเด็กต้องออกจากระบบการศึกษา (Dropout) ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องร่วมกันหยุดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพิ่มพูนสมรรถนะการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กมีพัฒนาดีเหมาะสมตามช่วงวัย
“สสส. และแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ได้สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการอ่าน เพื่อบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัยในหลายพื้นที่ เช่น โครงการวิจัยโรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ งานวิจัยด้านการฟื้นฟูการเรียนรู้ทางภาษาในเด็กปฐมวัย โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการสวัสดิการหนังสือ 3 เล่มในบ้าน และโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้ โดยมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ผลลัพธ์จากการดำเนินงานผ่านทางมุมมองของกระบวนกรอย่างต่อเนื่อง พบว่า เด็กมีพัฒนาการด้านการสะกดคำเพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการใช้คำศัพท์เพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น 63.49% มีสมาธิเพิ่มขึ้น 57.14% ความสำเร็จดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของยูเนสโก (UNESCO) ที่ยืนยันว่า การเรียนรู้หนังสือเป็นสิทธิมนุษยชนและเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน การวางฐานการอ่านเป็นทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขวิกฤติพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาของเด็กไทยอย่างเข้มแข็ง” รศ.จุมพล กล่าว
นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า แผนงานฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการปฏิบัติการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” โดยใช้ชุดหนังสือฝึกหัดอ่านตามระดับพัฒนาการทางภาษาของเด็กที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กไทยช่วงอายุ 3-9 ปี และในปี 2568 แผนงานฯ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินงานวิจัย การประเมินผลตอบแทนทางสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด Theory of Change (TOC), Social Return On Investment (SROI) และ The Life Experiences Survey (LES) เพื่อสะท้อนต้นทุนและผลตอบแทนทางสังคมของการลงทุนด้านวัฒนธรรมการอ่าน ซึ่งจากการศึกษาผลตอบแทนทางสังคม พบการลงทุนในการดำเนินโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน จำนวน 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมคิดเป็นมูลค่า 1.71 บาท สะท้อนการสร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 71% ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างกระบวนการอ่านด้วยชุดหนังสือมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อน “นิเวศวัฒนธรรมการอ่านยุค AGI” เพื่อยกระดับศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่ออนาคตเด็กไทย

นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการออกแบบแหล่งเรียนรู้และระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนา “คน ทรัพยากร และนโยบาย” จำเป็นต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หากประเทศไทยมีทรัพยากรด้านสื่อและเทคโนโลยี ที่สอดรับกับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัย จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามชมนิทรรศการ “อ่าน อาน อ๊าน ปลดล็อกวิกฤติพัฒนาการด้านภาษาไทยของเด็กไทย” ได้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 5 – 15 มีนาคม 2569 อุทยานการเรียนรู้เครือข่ายจังหวัดยะลา พะเยา สมุทรสาคร และนครราชสีมา ตลอดเดือนมีนาคม 2569 สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ชั้น 3 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ระหว่างวันที่ 17 – 31 มีนาคม 2569 และห้องสร้างปัญญาชั้น 2 ตลอดเดือนมีนาคม 2569 เปิดอ่านและดาวน์โหลดฟรีได้ที่ www.happyreading.in.th
<

