ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์การอ่านของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
วิภาวรรณ บุญส่ง (2543) นิสิตปริญญาโท สาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ทำงานวิจัยเรื่อง ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์การอ่านของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 48 คน กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 24 คน ดำเนินการสอนกลุ่มและ 14 คาบ โดยกลุ่มทดลองที่ 1 เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี STAD และกลุ่มทดลองที่ 2 เรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี GI ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์การอ่านหลังเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 2) นักเรียนในกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือ
วิภาวรรณ บุญส่ง. (2543). ผลของการใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์การอ่านของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดเทศบาล เมืองสุพรรณบุรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต ศึกษาศาสตร์ (หลักสูตรและการสอน).
กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. อาจารย์ที่ปรึกษา : รศ. นภาลัย สุวรรณธาดา, รศ. ดร. สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์, รศ. ดร. สมคิด พรมจุ้ย.
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ การอ่านหลังเรียนระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียน แบบร่วมมือตามวิธี STAD กับนักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียน แบบร่วมมือตามวิธี GI และ (2) ศึกษาเจตคติของนักเรียนต่อการเรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2543 โรงเรียนเทศบาล 2 วัดปราสาททอง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 48 คน กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 24 คน โดยการจับฉลาก แล้วจับฉลากให้เป็นกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลอง ที่ 2 ดำเนินการสอนกลุ่มและ 14 คาบ โดยกลุ่มทดลองที่ 1 เรียนโดย ใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี STAD และกลุ่มทดลองที่ 2 เรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือตามวิธี GI เครื่องมือที่ ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการสอน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ การอ่าน และแบบวัดเจตคติต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียน แบบร่วมมือ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยปรากฎว่า (1) ผลสัมฤทธิ์การอ่านหลังเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ (2) นักเรียนในกลุ่มทดลองทั้ง สองกลุ่มมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือ