Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

จาก “เหยื่ออธรรม” ถึง “บอย ถกลเกียรติ”

 

 
ผมว่าเราต้องยอมรับว่าสำหรับนักอ่านระดับ “คอแข็ง” แล้ว
 
 
ผมว่าเราต้องยอมรับว่าสำหรับนักอ่านระดับ “คอแข็ง” แล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วงการหนังสือบ้านเรา ได้ให้การต้อนรับวรรณกรรมคลาสสิกระดับ “คอวรรณกรรมแข็งๆ” มาแล้วมากมาย เรียงกันมาเป็นแถว
 
นับไปตั้งแต่ผลงานเรื่อง “สงครามและสันติภาพ”, “พี่น้องคารามาซอฟ”, “แม่”, “นายแพทย์ชิวาโก้”, “เพื่อนยาก”, “เฒ่าผจญทะเล”, “แกสบี้ผู้ยิ่งใหญ่”, “เจ้าชายน้อย”, “คนนอก”, “กลาย”, “สิทธารัตถะ”, “จะคอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น”, “1984” ,บ้านเล็กในป่าใหญ่,กระท่อมของลุงทอม และล่าสุดกับ “ดอนกิโฮเต้ ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน” ที่ทางสำนักพิมพ์ผีเสื้อควักเงินลงทุนไปก่อนใหญ่
 
เท่าที่ผมดูๆ ก็เข้าใจว่าน่าจะเหลือก็แต่เรื่อง Ulysses ของ “เจมส์ จอยซ์” ที่รอคนใจถึงอยู่ เพราะอีกเรื่องที่รอคอยกันมายาวนานคือ “เหยื่ออธรรม” อมตะผลงานมหากวีเอกของโลกชาวฝรั่งเศส “วิกตอร์ ฮูโก้” 
ตอนนี้เจอคนใจถึงแล้วครับ!!
 
ทำไมต้องแปลใหม่-พิมพ์ใหม่ เหตุผลเพราะว่า “เหยื่ออธรรม” ฉบับที่ “จูเลียต” หรือ “ชนิด สายประดิษฐ์” คู่ชีวิตของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” เคยแปลเอาไว้ก่อนหน้านี้และโด่งดังมากในเมืองไทยเป็นฉบับที่ยังไม่สมบูรณ์
 
อย่างที่บอกล่ะครับว่า…การรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อมีผู้ปลุกปั้น “เหยื่ออธรรม” ฉบับสมบูรณ์ในภาคภาษาไทยออกมาเรียบร้อยแล้ว… 1 ชุด 5 เล่มจบบริบูรณ์และเป็นการแปลตรงจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสโดยตรงของ “วิกตอร์ ฮูโก้” ผ่านฝีมือของ “วิภาดา กิตติโกวิทย์”
 
เธอยอมรับว่าเป็นการทำงานที่ยากสุดๆ เพราะหนังสือต้นฉบับเขาใช้ภาษาฝรั่งเศสเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว และที่สำคัญ “ฮูโก้” เป็นกวีเอกของฝรั่งเศส ภาษาของเขาจึงเป็นภาษากวี มันจึงยากมากในการแปลสำนวนภาษาและยังยากในแง่ของจับประเด็นเนื้อหาด้วย เพราะว่านวนิยายเรื่องนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ มีทั้งเรื่องของศาสนา เรื่องวัฒนธรรม ข้อมูลเหล่านี้ต้องค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาก เพราะถ้าตีความไม่แตกมันก็แปลไม่ได้
 
เธอบอกว่าต้องให้เข้าถึง “ฮูโก้” ได้อย่างจริงๆ ก็เลยต้องค้นคว้าข้อมูลเชิงอรรถมากจริงๆ แต่ข้อได้เปรียบนิดหนึ่งก็มีนะ คือพอดีส่วนตัวเป็นคริสต์ “ฮูโก้” เชื่อในพระผู้เป็นเจ้า เธอก็เชื่อ ก็เลยสามารถที่จะเข้าถึงตรงนี้ได้
ที่สำคัญมันเป็นการควักกระเป๋าแบบ “หมดตัว” ของ “สุเมธ สุวิทยะเสถียร” เจ้าของสำนักพิมพ์ “ทับหนังสือ”…ด้วยเงินลงทุนร่วม 1,500,000 บาท!!
 
ผมเชื่อว่า…เงินจำนวนนี้ถ้าเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่-ค่ายใหญ่ อาจจะเฉยๆ แต่สำหรับสำนักพิมพ์เล็กๆ อย่าง “ทับหนังสือ” ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก…แต่ขนาดของหัวใจของคนทำมันใหญ่กว่า
 
เพราะคุณสุเมธบอกผมเสียงเบาๆ ว่า เรื่องนี้ต้องทำให้ได้ในชั่วชีวิตนี้  ผลงานเรื่องเหยื่อธรรมนี้ถือเป็นความชอบความรักจะเรียกว่าความหลงส่วนตัวเลยก็ว่าได้ของเขา เพราะเจ้าตัวยืนยันเสียงหนักแน่นว่า ชอบเรื่องนี้มากอ่านมา 30 ปีแล้ว แต่มันไม่แล้วใจ ตรงที่มันไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ จึงตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้าหาคนแปลได้ก็จะยอมหาเงินมาลงทุนพิมพ์
สุดท้ายหลังจากหานักแปลอยู่นานปีเหมือนกันจนมาได้เพื่อนเก่าแก่ บังเอิญเธอมีความคิดตรงกัน เพราะเป็นเพื่อนกันมายาวนานร่วม 30 ปีตั้งแต่เป็นนักศึกษา แม้ว่าเธอจะเรียนที่จุฬาฯ และสุเมธเป็นเด็กรามฯ แต่ทั้งสองก็เป็นเพื่อนกัน
เจ้าของสำนักพิมพ์ทับหนังสือตัวเล็กๆ บอบบางคนนี้…แกร่งจริงๆ ครับ
 
เขายอมรับว่า เตรียมใจตั้งแต่ทำเล่มแรกเมื่อ 30 ปีก่อนแล้วและเราไม่คาดหวัง Mass อยู่แล้ว วรรณกรรมหนักที่ทำเป็นกลุ่มเฉพาะ คือคอวรรณกรรม จริงๆ แต่ “เหยื่ออธรรม” ชุดนี้ ยอมรับเลยว่าต้นทุนสูงทำให้หนักใจเหมือนกัน แต่พยายามปลอบใจตัวเองว่าผู้อ่านน่าจะอยู่สักประมาณ 700-800 ชุดสำหรับแฟนพันธุ์แท้จริงๆ ในราคาชุดละ 3500 บาท
“ผมทำ “เหยื่ออธรรม” ผมรู้เลย…ว่าต้องแบกต้นทุนมหาศาล ส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างจะพูดยากเหมือนกัน พูดมากไปคนก็จะหมั่นไส้ ว่าก็เสือกมาทำเอง อยากเจ๊งเอง คือเราเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ ไง แต่ดันอยากจะทำสิ่งที่เรียกว่าเกินตัวไปหน่อย (ยิ้ม) นี่ยังโชคดีนะที่พี่ “จรัญ หอมเทียนทอง” เจ้าของสำนักพิมพ์ “แสงดาว” อาสามาช่วยดูแลเรื่องการจัดจำหน่าย ถ้าผมทำเองทั้งหมดผมต้องตายแน่ๆ”
 
เอาล่ะ..นั่นเป็นเรื่องของคนหนังสือที่ต้องอาศัยมากกว่าทุน…ส่วนคนบันเทิง…เรื่องนี้ถูกสร้างเป็นหนังและละครเพลงโด่งดังไปทั่วโลก
 
สำหรับเมืองไทย…ผลงานเรื่องนี้ผมขอแนะนำให้ คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ นำมาทำเป็นละครเวทีแบบเดียวกับ “หงส์เหนือมังกร” ผมรับรองว่า ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องอย่างแน่นอน
 
และผมขอเสนอหน้า…แนะนำอีกนิดหนึ่งเถอะว่า คนที่เหมาะจะแสดงนำ ไม่ใช่คนอื่นไกล 
คือดารานักร้องแสดงหนุ่มที่เคยสวมวิญญาณเป็น ดอนกีโฮเต้ มาแล้วอย่าง “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” นี่แหละเหมาะสมที่สุด
 
อย่าปล่อยให้พลาด-หลุดมือ นะครับ…อย่าปล่อยให้คณะละครเวทีอื่นที่มือยังไม่ถึง-เงินทุนยังไม่หนา คว้าไปทำเสียก่อน เพราะมันจะเสียของเปล่าๆ ปลี้ๆ
 
ส่วนคนอ่านหนังสือ..ต้องบอกว่า ควรมีไว้ในบ้าน…อ่านวันหน้าสองหน้า…เดี๋ยวก็จบ-เชื่อผมซิ!!
 
 
ในเมื่อเขากล้าพิมพ์/เราก็ต้องกล้าอ่านจริงมั้ย???
 
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก http://www.bangkokbiznews.com