งานวิจัย : อิทธิพลของคุณลักษณะส่วนบุคคลที่มีต่อนิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กาญจนา ทันอินทร์อาจ (2547) นักศึกษาปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาวิจัยและสถิติทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยเรื่องอิทธิพลของคุณลักษณะส่วนบุคคลที่มีต่อนิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 398 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีนิสัยการอ่านโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ซึ่งเมื่อทำการเปรียบเทียบนิสัยการอ่านโดยจำแนกตามแต่ละตัวแปร พบว่า เพศ บุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเฉพาะตัว และรูปแบบการเรียนที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีนิสัยการอ่านไม่แตกต่างกัน ส่วนการได้รับการส่งเสริมการอ่านจากทางบ้าน การได้รับการส่งเสริมการอ่านจากทางโรงเรียน บุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเนื่องจากสิ่งแวดล้อม ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง และระดับการคิดแท้จริงที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีนิสัยการอ่านแตกต่างกัน
กาญจนา ทันอินทร์อาจ. (2547). อิทธิพลของคุณลักษณะส่วนบุคคลที่มีต่อนิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ (วิจัยและสถิติทางการศึกษา). เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : รองศาสตราจารย์ นิโลบล นิ่มกิ่งรัตน์.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษานิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านคุณลักษณะส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อนิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ 3) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์นิสัยการอ่านของนักศึกษาจากคุณลักษณะส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 จำนวนทั้งสิ้น 398 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดนิสัยการอ่าน แบบทดสอบบุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศ (STRI) แบบวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง แบบวัดระดับการคิดแท้จริง และแบบสำรวจรูปแบบการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation) และวิเคราะห์ความถดถอยเชิงซ้อน แบบเพิ่มหรือลดตัวแปรเป็นขั้นๆ (Stepwise)
ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้
- ผลการศึกษานิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีนิสัยการอ่านโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คือ มีค่าเฉลี่ยนิสัยการอ่านเท่ากับ 3.32 โดยมีสัดส่วนนักศึกษาที่มีนิสัยการอ่านอยู่ในเกณฑ์ต่ำจำนวน 2% มีนิสัยการอ่านอยู่ในเกณฑ์ปานกลางจำนวน 67.30% และมีนิสัยการอ่านอยู่ในเกณฑ์สูง จำนวน 30.70% ซึ่งเมื่อทำการเปรียบเทียบนิสัยการอ่านโดยจำแนกตามแต่ละตัวแปร พบว่า เพศ บุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเฉพาะตัว และรูปแบบการเรียนที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีนิสัยการอ่านไม่แตกต่างกัน ส่วนการได้รับการส่งเสริมการอ่านจากทางบ้าน การได้รับการส่งเสริมการอ่านจากทางโรงเรียน บุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเนื่องจากสิ่งแวดล้อม ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง และระดับการคิดแท้จริงที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มีนิสัยการอ่านแตกต่างกัน
- ผลการศึกษาปัจจัยด้านคุณลักษณะส่วนบุคคลที่มีต่อนิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า การได้รับการส่งเสริมการอ่านจากทางบ้าน การได้รับการส่งเสริมการอ่านจากโรงเรียน บุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเนื่องจากสิ่งแวดล้อม และบุคลิกภาพการปรับตัวเพื่อสู่ความเป็นเลิศจากลักษณะนิสัยเฉพาะตัว ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง การคิดแท้จริงระดับร่วมพัฒนา รูปแบบการเรียนแบบ Sensor Thinker (ST) แบบ Sensor Feeler (SF) แบบ Intuitive Thinker (NT) และแบบ Intuitive Feeler (NF) มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับตัวแปรนิสัยการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนตัวแปรการคิดแท้จริงระดับพึ่งพา มีความสัมพันธ์ในทางลบกับตัวแปรนิสัยการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยที่เพศ และการคิดแท้จริงระดับอิสระ มีความสัมพันธ์กับนิสัยการอ่านอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
-
ผลการสร้างสมการพยากรณ์นิสัยการอ่านของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าตัวแปรที่ดีที่สุดสำหรับการพยากรณ์นิสัยการอ่านมี 5 ตัวแปร ได้แก่ รูปแบบการเรียนแบบ NT (XNT) การส่งเสริมการอ่านจากทางบ้าน (XHP) ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง (XP) การส่งเสริมการอ่านจากทางโรงเรียน (XScP) และรูปแบบการเรียนแบบ SF (XSF) และได้สมการพยากรณ์นิสัยการอ่าน ดังนี้
สมการพยากรณ์นิสัยการอ่านของนักศึกษาในรูปคะแนนดิบ คือ
YRd = .814 + 0.029XNT + 0.167XHP + 0.003XP + 0.143XScP + 0.023XSF
และสมการพยากรณ์นิสัยการอ่านของนักศึกษาในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ
YRd = 0.195XNT + 0.262XHP + 0.174XP + 0.202XScP + 0.172XSF
โดยสมการดังกล่าวมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ .592 และมีค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) เท่ากับ .351 หรือสามารถร่วมกันพยากรณ์ได้ 35.1% และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์เท่ากับ 0.3386

