Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ศุภวรรณ ศิริพิพัฒนกุล (2541)นิสิตปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพาได้ทำงานวิจัยเรื่อง หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1กลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน จากโรงเรียนหนองใหญ่ศิริวรวาทวิทยา อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน ให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้อ่าน แล้วจึงทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการวิจัยพบว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นผ่านการตรวจประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินหนังสือจำนวน 3 ท่าน ให้เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และผ่านเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพ 88.33/83.33 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการอ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองที่อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้อ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 เจตคติทางวิทยาศาสตร์ หลังการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่าก่อนการอ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เจตคติของกลุ่มทดลองที่อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้อ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ศุภวรรณ ศิริพิพัฒนกุล, (2541). หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต (วิทยาศาสตร์ศึกษา). ชลบุรี : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา. 

 

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ คือ (1) เพื่อสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยหาคุณภาพของหนังสือที่ผู้วิจัย สร้างขึ้น จากการตรวจประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินหนังสือ จำนวน 3 ท่าน ตามแบบรายงานการตรวจหนังสือเสริมประสบการณ์ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2) หาประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 (3) เปรียบเทียบ ความรู้พื้นฐานก่อนการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม (4) เปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติม (5) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของกลุ่มทดลอง ซึ่งได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้อ่าน (6) เปรียบเทียบเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มทดลองก่อนและหลังการอ่านหนังสืออ่าน เพิ่มเติม (7) เปรียบเทียบเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มทดลองที่อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติม กับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ผ่าน 

 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนหนองใหญ่ศิริวรวาทวิทยา อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน กลุ่มควบคุม 30 คน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือคะแนนเฉลี่ย ความแปรปรวน และการทดสอบแบบที ผู้วิจัยดำเนินการทดลองโดยนำหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผ่านเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพ 80/80 แล้วไปทดลองกับกลุ่มทดลอง ก่อนทดลองให้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน เพื่อเปรียบเทียบพื้นฐานทางการเรียน พบว่าแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และให้ทำแบบวัดเจตคติ จากนั้นให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ส่วนกลุ่มควบคุม ไม่ได้อ่าน แล้วจึงทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยทดสอบทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม แล้วทำแบบวัดเจตคติอีกครั้งหนึ่ง 

 

ผลการวิจัยปรากฎว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นผ่านการตรวจประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินหนังสือจำนวน 3 ท่าน ให้เป็น หนังสืออ่านเพิ่มเติม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และผ่านเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพ 88.33/83.33 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องปะการัง ของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการอ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองที่อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้อ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 เจตคติทางวิทยาศาสตร์ หลังการอ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่าก่อนการอ่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เจตคติของกลุ่มทดลองที่อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้อ่าน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ .05