งานวิจัย : ลักษณะการแปลงข่าวเพื่อเสียดสี ล้อเลียนทางการเมืองในหน้า “ผู้จัดกวน” ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันกับปฏิกิริยาการรับรู้ของผู้อ่าน
วชิรารัตน์ นิรันดร์เตชาภัทร์ (2550) นิสิตปริญญาโท สาขาวารสารสนเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำวิจัยเรื่อง ลักษณะการแปลงข่าวเพื่อเสียดสี ล้อเลียนทางการเมืองในหน้า "ผู้จัดกวน" ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันกับปฏิกิริยาการรับรู้ของผู้อ่าน โดยศึกษาลักษณะรูปแบบ เนื้อหา การใช้ภาพ เทคนิคการแปลงและแต่งข่าวเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การเมือง และได้ศึกษาผู้อ่านรวมทั้งสิ้น 15 คนและสัมภาษณ์ความเห็นจากนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์อี 3 คน ผลการวิจัยพบว่า “ผู้จัดกวน” ใช้รูปแบบการนำเสนอเลียนแบบข่าว อันประกอบด้วยพาดหัวข่าว ความนำข่าว เนื้อข่าวและภาพข่าว โดยนำเสนอหัวข้อข่าวการเมืองมากที่สุด และนำเสนอประเด็นข่าวความไม่โปร่งใสหรือความไม่ชอบมาพากล เน้นไปที่องค์ประกอบคุณค่าข่าวด้านผลกระทบมากที่สุด ในการแปลงข่าวจะแปลงแล้วแต่งเรื่องที่ขึงขังจริงจังให้เป็นเรื่องล้อเลียนที่เพี้ยนไปจากเดิมด้วยการใช้สำนวนภาษา และใช้อารมณ์ขันผสานจินตนาการตามองค์ประกอบของเรื่องเล่าโดยแสดงน้ำเสียงล้อเลียน ประชดประชันที่มุ่งการประณามหรือ ติเตียน ส่วนการวิเคราะห์ผู้อ่านพบว่ามีความพึงพอใจที่ “ผู้จัดกวน” วิพากษ์วิจารณ์ “บุคคลสาธารณะ” และสามารถเข้าใจความหมายได้เพราะติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำ ขณะที่นักวิชาการนิเทศศาสตร์เห็นว่า ควรหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวที่มุ่งสร้างความสะใจซึ่งอาจจะทำให้เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมาย และผู้จัดทำไม่ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของสังคมที่ถูกต้อง ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้เท่าทันสถานการณ์ของผู้อ่านในการตีความจริงและความลวงที่ผสมกันออกมา
วชิรารัตน์ นิรันดร์เตชาภัทร์. (2550).ลักษณะการแปลงข่าวเพื่อเสียดสี ล้อเลียนทางการเมืองในหน้า "ผู้จัดกวน" ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันกับปฏิกิริยาการรับรู้ของผู้อ่าน.วิทยานิพนธ์ นศ.ม. (วารสารสนเทศ). กรุงเทพฯ :บัณทิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา:อาจารย์ พีระ จิรโสภณ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลักษณะการแปลงข่าวเพื่อเสียดสี ล้อเลียนทางการเมืองในหน้า “ผู้จัดกวน” ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะรูปแบบ เนื้อหา การใช้ภาพ เทคนิคการแปลงและแต่งข่าว กลวิธีการแต่งคำ ข้อความหรือเรื่องราวที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์การเมือง รวมทั้งศึกษานโยบายผู้จัดทำและวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างในการนำเสนอรูปแบบและเนื้อหาในหน้า “ผู้จัดกวน” ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันกับการนำเสนอข่าวในรูปแบบปกติทั่วไป ตลอดจนวิเคราะห์การสื่อความหมาย การใช้ภาษา การสร้างอารมณ์ขันด้วยการใช้ภาพข่าว พาดหัวข่าว ความนำข่าว เนื้อข่าว นอกจากนี้ได้ศึกษาผู้อ่านเพื่อวิเคราะห์ความเข้าใจในเนื้อหาและการตีความหมายรวมทั้งสิ้น 15 คนและสัมภาษณ์ความเห็นจากนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์อีกจำนวน 3 คน ใช้แนวคิดเกี่ยวกับข่าวและหนังสือพิมพ์ แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องเล่าและการสร้างอารมณ์ขัน แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบของสื่อมวลชนและแนวคิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาการรับรู้ของผู้อ่านเป็นกรอบในการวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า “ผู้จัดกวน” ใช้รูปแบบการนำเสนอเลียนแบบข่าวอันประกอบด้วยพาดหัวข่าว ความนำข่าว เนื้อข่าวและภาพข่าว โดยนำเสนอหัวข้อข่าวการเมืองมากที่สุด รองลงมา คือ เศรษฐกิจ และสังคมและบันเทิงตามลำดับและนำเสนอประเด็นข่าวความไม่โปร่งใสหรือความไม่ชอบมาพากลและเน้นไปที่องค์ประกอบคุณค่าข่าวด้านผลกระทบมากที่สุด ในการแปลงข่าวจะแปลงจากหัวข้อข่าว ประเด็นข่าวหรือองค์ประกอบของข่าวซึ่งอาจจะแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือแปลงทั้งหมดหรือยังคงหัวข้อข่าว ประเด็นข่าวและองค์ประกอบของข่าวเดิมไว้แล้วแต่งเรื่องที่ขึงขังจริงจังให้เป็นเรื่องล้อเลียนที่เพี้ยนไปจากเดิมด้วยการใช้สำนวนภาษา เช่น ภาพพจน์ หรือตั้งสมญานาม เป็นต้น และใช้อารมณ์ขันผสานจินตนาการตามองค์ประกอบของเรื่องเล่าโดยแสดงน้ำเสียงล้อเลียน ประชดประชันหรือเสียดสีที่มุ่งการประณามหรือ ติเตียน
ส่วนการวิเคราะห์ผู้อ่านพบว่ามีความพึงพอใจที่ “ผู้จัดกวน” วิพากษ์วิจารณ์ “บุคคลสาธารณะ” และสามารถเข้าใจความหมายได้เพราะติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำ ในขณะที่นักวิชาการนิเทศศาสตร์เห็นว่าควรหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวที่มุ่งสร้างความสะใจซึ่งอาจจะทำให้เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมาย ทั้งนี้ผู้จัดทำไม่ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของสังคมที่ถูกต้อง ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้เท่าทันสถานการณ์ของผู้อ่านในการตีความจริงและความลวงที่ผสมกันออกมา และเห็นว่าผู้จัดทำมุ่งนำเสนอข่าวเพื่อความบันเทิงเป็นสำคัญไม่ได้คำนึงถึงจริยธรรมหรือหลักการทางวารสารศาสตร์