งานวิจัย : พฤติกรรมการอ่าน ความต้องการเนื้อหา รูปแบบและการนำไปใช้ประโยชน์จากนิตยสารแนวสุขภาพของพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย
นรากร สมบัติสวัสดิ์(2546) นิสิตปริญญาโท สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมการอ่าน ความต้องการเนื้อหา รูปแบบและการนำไปใช้ประโยชน์จากนิตยสารแนวสุขภาพของพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 370 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เคยอ่านนิตยสารแนวสุขภาพ โดยส่วนใหญ่อ่านบ้างบางครั้ง ไม่อ่านเป็นประจำทุกเดือน ลักษณะการอ่านจะอ่านเป็นบางคอลัมน์ นิตรยสารที่ชอบอ่านอันดับ 1 คือ ชีวจิต อันดับ 2 คือ ใกล้หมอ และอันดับ 3 คือ หมอชาวบ้าน 2. กลุ่มตัวอย่างต้องการให้นิตยสารแนวสุขภาพนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคล และโภชนาการ 3. กลุ่มตัวอย่างต้องการนิตยสารแนวสุขภาพ มีรูปแบบการนำเสนอในลักษณะ การตอบปัญหามากที่สุด 4. กลุ่มตัวอย่างนำความรู้ในนิตยสารแนวสุขภาพไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในระดับมากในเรื่องดังต่อไปนี้ การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรส การงดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ใช้สารเสพติด และข้ามถนนบนทางม้าลายหรือสะพานลอย 5.เปรียบเทียบการนำความรู้จากนิตยสารแนวสุขภาพไปใช้ประโยชน์ พบว่า พนักงานมีการนำไปใช้ประโยชน์ แตกต่างกัน ตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา หน่วยงานที่สังกัด และ ประวัติการเจ็บป่วย
นรากร สมบัติสวัสดิ์.(2546). นิสิตปริญญาโท พฤติกรรมการอ่าน ความต้องการเนื้อหา รูปแบบและการนำไปใช้ประโยชน์จากนิตยสารแนวสุขภาพของพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม.(บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา. อาจารย์ที่ปรึกษา:เฉลียว พันธุ์สีดา, ขวัญชฎิล พิศาลพงศ์, สมโภชน์ อเนกสุข
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการอ่าน ความต้องการเนื้อหา ความต้องการรูปแบบ และ การนำความรู้ในนิตยสารไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และเปรียบเทียบความต้องการเนื้อหา รูปแบบ การนำไปใช้ประโยชน์ตามคุณลักษณะทางประชากร อันได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา หน่วยงานที่สังกัด และประวัติการเจ็บป่วย ของพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 370 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน-มาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน(One-Way ANOVA)
ผลการวิจัยพบว่า
- พนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทยส่วนใหญ่เคยอ่านนิตยสารแนวสุขภาพ โดยส่วนใหญ่อ่านบ้างบางครั้ง ไม่อ่านเป็นประจำทุกเดือน ลักษณะการอ่านจะอ่านเป็นบางคอลัมม์ นิตรยสารที่ชอบอ่านอันดับ 1 คือ ชีวจิต อันดับ 2 คือ ใกล้หมอ และอันดับ 3 คือ หมอชาวบ้าน
- พนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทยต้องการให้นิตยสารแนวสุขภาพนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคล และโภชนาการ
- พนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทยต้องการนิตยสารแนวสุขภาพ มีรูปแบบการนำเสนอในลักษณะ การตอบปัญหามากที่สุด และรูปแบบซึ่งต้องการน้อยที่สุด ได้แก่ บทบรรณาธิการ
- พนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทยนำความรู้ในนิตยสารแนวสุขภาพไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในระดับมากในเรื่องดังต่อไปนี้ การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรส การงดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ใช้สารเสพติด และข้ามถนนบนทางม้าลายหรือสะพานลอย
- เปรียบเทียบความต้องการเนื้อหา พบว่า พนักงานมีความต้องการเนื้อหา แตกต่างกันตามเพศหน่วยงานที่สังกัด ประวัติการเจ็บป่วย
- เปรียบเทียบความต้องการรูปแบบ พบว่า พนักงานมีความต้องการรูปแบบ แตกต่างกันตามเพศอายุ ระดับการศึกษา และ หน่วยงานที่สังกัด
- เปรียบเทียบการนำความรู้จากนิตยสารแนวสุขภาพไปใช้ประโยชน์ พบว่า พนักงานมีการนำไปใช้ประโยชน์ แตกต่างกัน ตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา หน่วยงานที่สังกัด และ ประวัติการเจ็บป่วย