งานวิจัย : ผลของการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ดวงใจ จงธนากร (2535) นิสิตปริญญาโท คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเรื่องผลของการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กลุ่มละ 35 คน กลุ่มทดลองได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำและกลุ่มควบคุมได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีสอนอ่านแบบปกติ ผลการวิจัยพบว่า การสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ โดยที่นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำมีผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนอ่านด้วยวิธีสอนอ่านแบบปกติ
ดวงใจ จงธนากร. (2535). ผลของการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(การสอนภาษาอังกฤษ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา:รศ.สุภัทรา อักษรานุเคราะห์.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยทำการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษให้แก่กลุ่มตัวอย่างประชากร 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน กลุ่มละ 35 คนกลุ่มทดลองได้รับการสอนอ่านด้วย วิธีสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำและกลุ่มควบคุมได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีสอนอ่านแบบปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น คือ แผนการสอนกลุ่มละ 10 แผน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษท้ายบทอ่านจำนวน 10แบบทดสอบ ๆ ละ 10 ข้อ โดยแบบทดสอบมีค่าความเที่ยงระหว่าง 0.61-0.74 ระดับความยากระหว่าง 0.22-0.77 และอำนาจจำแนกระหว่าง0.20-0.55
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษโดยที่นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านแบบแสดงการคิดเป็นถ้อยคำมีผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนอ่านด้วยวิธีสอนอ่านแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05