งานวิจัย : ผลของการสอนอ่านโดยใช้กลวิธี KWL-Plus ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
รัตนา เจงพิบูลพงศ์ (2550) นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำการวิจัยเรื่องผลของการสอนอ่านโดยใช้กลวิธี KWL-Plus ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน โรงเรียนบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 32 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนโดยใช้คะแนนแบบทดสอบความสามารถในการอ่านก่อนเรียน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้กลวิธี KWL-Plus มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับคงเดิม และความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับผลสัมฤทธิ์ในการอ่านมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ
รัตนา เจงพิบูลพงศ์. (2550). ผลของการสอนอ่านโดยใช้กลวิธี KWL-Plus ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม : อาจารย์ ดร.วไลพร ฉายา, อาจารย์เตือนใจ เฉลิมกิจ.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ระดับของแรงจูงใจ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจและผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้กลวิธีการสอนแบบ KWL-Plus กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 32 คน ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับฉลาก แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนโดยใช้คะแนนแบบทดสอบความสามารถในการอ่านก่อนเรียนโดยใช้แบบแผนการทดลองที่มีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (One single group pretest-posttest design) ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 10 สัปดาห์ รวม 20 คาบ คาบละ 50 นาที
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสำรวจกลวิธีที่ใช้ในการอ่านภาษาอังกฤษ แผนการจัดการเรียนรู้การสอนอ่านด้วยกลวิธี KWL-Plus แบบทดสอบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และแบบสอบถามเกี่ยวกับแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test แบบ Paired- t-test และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้กลวิธี KWL-Plus มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับคงเดิม และความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับผลสัมฤทธิ์ในการอ่านมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ

