งานวิจัย : ผลของการฝึกกลวิธีอภิปัญญาที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
สุดใจ จันทร์คง. (2550) นิสิตปริญญาโท สาขาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ศึกษาผลของการฝึกกลวิธีอภิปัญญาที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางกะปิ จำนวน 32 คน กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มนักเรียนเก่ง และนักเรียนกลุ่มอ่อน กลุ่มละ16 คน โดยใช้เวลาในการฝึกกลวิธีอภิปัญญาในการอ่าน 16 คาบคาบละ 50 นาที ผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึกระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญา และคะแนนความเข้าใจในการอ่านของนักเรียนทั้งสองกลุ่มสูงกว่าก่อนการฝึก
สุดใจ จันทร์คง. (2550). ผลของการฝึกกลวิธีอภิปัญญาที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางกะปิ. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม: อาจารย์ ดร.วไลพร ฉายา, อาจารย์ ดร.ประไพพรรณ เอมชู
การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลของการฝึกกลวิธีอภิปัญญาที่มีต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางกะปิ เขตบางกะปิ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 32 คน โดยได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) ซึ่งกำลังเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อ 33101) กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มนักเรียนเก่ง 16 คน และนักเรียนกลุ่มอ่อน 16 คน โดยใช้เวลาในการฝึกกลวิธีอภิปัญญาในการอ่าน 16 คาบคาบละ 50 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้การฝึกกลวิธีอภิปัญญาในการอ่าน แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่าน แบบสอบถามวัดระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่าน และแบบสัมภาษณ์ โดยผู้วิจัยทำการทดสอบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ วัดระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านโดยใช้แบบสอบถาม และสัมภาษณ์ก่อนและหลังการฝึก จากนั้นผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากคะแนนการทดสอบก่อนและหลังการฝึก และระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านก่อนและหลังการฝึก นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจกับคะแนนของการใช้กลวิธีอภิปัญญาโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ส่วนข้อมูลจากการสัมภาษณ์การใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านของนักเรียนวิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และนำมาบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
- หลังการฝึกค่าเฉลี่ยของระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนกลุ่มเก่งมีค่าสูงกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ หลังการฝึกค่าเฉลี่ยระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มอ่อนสูงกว่าก่อนฝึกอย่างมีนัยสำคัญที่ .01 หลังการฝึกพบว่าระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาของนักเรียนทั้งสองกลุ่มสูงกว่าระดับการใช้กลวิธีอภิปัญญาก่อนการฝึก
- หลังการฝึกค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มเก่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01และหลังการฝึกค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มอ่อนสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 หลังการฝึกพบว่าคะแนนความเข้าใจในการอ่านของนักเรียนทั้งสองกลุ่มสูงกว่าคะแนนก่อนการฝึก
- หลังการฝึกคะแนนของการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านและคะแนนความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนในกลุ่มเก่งสูงกว่าก่อนการฝึก โดยก่อนการฝึกมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 (r=.623, p=.01)และหลังการฝึกคะแนนของการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านและคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนในกลุ่มเก่งสูงกว่าก่อนการฝึกโดยมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r =.710, p=.01) และก่อนการฝึกคะแนนของการใช้กลวิธีอภิปัญญาและคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนในกลุ่มอ่อนไม่มีความสัมพันธ์กัน(r= .076, p=.390) และหลังการฝึกคะแนนของการใช้กลวิธีอภิปัญญาและคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนในกลุ่มอ่อนสูงกว่าก่อนการฝึกแต่ไม่มีความสัมพันธ์กันเช่นเดียวกันกับก่อนการฝึก (r = .274, p = .152)
-
ผลการสัมภาษณ์หลังการฝึกพบว่านักเรียนกลุ่มเก่งและนักเรียนกลุ่มอ่อนมีการใช้กลวิธีอภิปัญญาในการอ่านสูงกว่าก่อนการฝึกสรุปว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางกะปิ ที่ได้รับการฝึกกลวิธีอภิปัญญาในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มีความเข้าใจในการอ่านเพื่อความเข้าใจหลังการฝึกสูงขึ้น

