งานวิจัย : การใช้กิจกรรมเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
สาวิตรี บุญเชื่อม. (2551).นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาเรื่อง การใช้กิจกรรมเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนวังหินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ หน่วยกิจกรรมการเสริมอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวม จำนวน 20 แผน ใช้เวลาในการสอนแผนละ 1 คาบ คาบละ 60 นาที เป็นเวลา 10 สัปดาห์ และแบบประเมินความสามารถการคิดวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า 1. นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้านการตีความจากสถานการณ์จากเรื่องที่อ่าน ด้านการจับใจความ ตั้งคำถาม ด้านการแยกแยะข้อดีข้อเสียและหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล และด้านการนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในเกณฑ์ดี 2. นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ประเภทการอ่านนิทานการอ่านวรรณกรรม การอ่านบทความ การอ่านข่าว อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการอ่านคำประพันธ์อยู่ในเกณฑ์พอใช้
สาวิตรี บุญเชื่อม. (2551).การใช้กิจกรรมเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์ (จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว) เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. คณะกรรมการที่ปรึกษาการสารนิพนธ์ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดวงหทัย กาศวิบูลย์, อาจารย์สามารถ ศรีจำนงค์
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้กิจกรรมเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 23 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนวังหินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ หน่วยกิจกรรมการเสริมอ่านเพื่อพัฒนาความสามารถการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวม จำนวน 20 แผนการจัดการเรียนรู้ ใช้เวลาในการสอน 1 แผนต่อ 1 คาบ คาบละ 60 นาที เป็นเวลา 10 สัปดาห์ และแบบประเมินความสามารถการคิดวิเคราะห์ ผู้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ และค่าร้อยละ
ผลการศึกษาพบว่า
- นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้านการตีความจากสถานการณ์จากเรื่องที่อ่าน ด้านการจับใจความ ตั้งคำถาม ด้านการแยกแยะข้อดีข้อเสียและหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล และด้านการนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในเกณฑ์ดีโดยคิดเป็นร้อยละ 69.57, 82.61, 65.22, และ 78.26ตามลำดับ
- นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ประเภทการอ่านนิทานการอ่านวรรณกรรม การอ่านบทความ การอ่านข่าว อยู่ในเกณฑ์ดี โดยคิดเป็นร้อยละ 78.26, 86.97,65.22, และ 69.57 ตามลำดับ ส่วนการอ่านคำประพันธ์อยู่ในเกณฑ์พอใช้ โดยคิดเป็นร้อยละ 52.17
-
นักเรียนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือและมีความสนใจระหว่างปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียนเป็นอย่างดี

