งานวิจัย : การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาอังกฤษและความคงทนในการจำของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน โดยวิธีสอนอ่านแบบ MIA
ฐิตินันท์ ประทุมนันท์(2545)สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทำวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาอังกฤษและความคงทนในการจำของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน โดยวิธีสอนอ่านแบบ MIA กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โปรแกรมคณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ที่เรียนรายวิชาการอ่านอังกฤษเชิงวิเคราะห์ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความสามารถทาง ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน เมื่อได้รับการสอน อ่านแบบ MIA แล้วมีผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน เมื่อได้รับการสอน อ่านแบบ MIA แล้วมีความคงทนในการจำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านแบบ MIA มีความคิดเห็นที่ดีต่อการสอน อ่านแบบ MIA
ฐิตินันท์ ประทุมนันท์. (2545). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาอังกฤษและความคงทนในการจำของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน โดยวิธีสอนอ่านแบบ MIA. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. อาจารย์ที่ปรึกษา: ผศ. ดร. เสงี่ยม โตรัตน์,ผศ. ดร. บำรุง โตรัตน์,รศ. วัฒนา เกาศัลย์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน ภาษาอังกฤษ และความคงทนในการจำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน โดยวิธีสอนอ่านแบบ MIA และศึกษาความคิดเห็น ของนักเรียนที่มีต่อการสอนอ่านแบบ MIA กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โปรแกรมคณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ โรงเรียน บรมราชินีนาถราชวิทยาลัย ที่เรียนรายวิชาการอ่านอังกฤษเชิงวิเคราะห์ (อ 026) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2545 โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับ ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ซึ่งได้จากคะแนนที่นักเรียนทำแบบทดสอบวัดความ สามารถทางภาษาอังกฤษ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ประกอบด้วย 1) แผนการสอนอ่าน โดยวิธีสอนแบบ MIA 10 แผน 2) แบบทดสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษ 4) แบบทดสอบวัดความคงทนในการจำ 5) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการสอนอ่านแบบ MIA กลุ่มตัวอย่างได้รับการสอนอ่านตามแผนการสอนโดยวิธี MIA หลังจากทำการทด สอบก่อนเรียนเสร็จสิ้น เมื่อจบทุก 3 บทเรียน กลุ่มตัวอย่างจะได้รับแบบสอบถามวัดความคิดเห็น และภายหลังจบบทเรียน 10 บท ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน หลังจากนั้น 14 วัน ทำแบบทดสอบวัดความคงทนในการจำ
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษ และความคงทนในการจำของนักเรียนที่มีความสามารถแตกต่างกัน และใช้ค่าเฉลี่ย ((-,X)) และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการสอน อ่านแบบ MIA
ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน เมื่อได้รับการสอน อ่านแบบ MIA แล้วมีผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างกัน เมื่อได้รับการสอน อ่านแบบ MIA แล้วมีความคงทนในการจำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านแบบ MIA มีความคิดเห็นที่ดีต่อการสอน อ่านแบบ MIA