Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การเปรียบเทียบการสอนอ่านด้วยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมายกับการสอนตามคู่มือครู ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจและความคงทนในการจำของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูง แผนกวิ

วีระวรรณ พูนดี (2544)นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทำงานวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบการสอนอ่านด้วยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมายกับการสอนตามคู่มือครู ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจและความคงทนในการจำของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูง แผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม จังหวัดนครปฐม  จำนวน 72 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย มีคะแนนความเข้าใจในการอ่านสูงกว่านักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 2) นักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย มีคะแนนความคงทนในการจำสูงกว่านักศึกษาที่เรียนโดยวิธีสอนตามคู่มือครูอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 3) นักศึกษาที่เรียนโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย มีความคิดเห็นต่อกิจกรรมการอ่านที่สอนด้วยแผนภูมิความหมายอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 

วีระวรรณ พูนดี. (2544). การเปรียบเทียบการสอนอ่านด้วยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมายกับการสอนตามคู่มือครู ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจและความคงทนในการจำของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูง แผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม จังหวัดนครปฐม.วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ).กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. อาจารย์ที่ปรึกษา :ผศ.ดร.กุลยา เบญจกาญจน์,รศ.ดร.วิสาข์ จัติวัตร์,รศ.วัฒนา เกาศัลย์. 

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และ ความคงทนในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการบัญชี ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมายและ วิธีสอนตามคู่มือครู และศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษา ที่เรียนการอ่านโดย วิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย 

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ (1) แผนการสอนอ่านโดยวิธีใช้ แผนภูมิความหมาย (2) แผนการสอนตามคู่มื่อครู (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน และ (4) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนการอ่านแบบใช้แผนภูมิความหมาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในครั้งนี้คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง แผนกวิชาการบัญชี ชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2543 วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม จังหวัดนครปฐม ที่ลงละเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ 1 (30001221) จำนวน 72 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย โดยการจับฉลาก เพื่อเป็นกลุ่มทดลอง 1 ห้องเรียน จำนวนนักศึกษา 40 คน ห้องที่เหลือเป็นกลุ่ม ควบคุม 1 ห้องเรียน จำนวนนักศึกษา 32 คน กลุ่มทดลองทำการสอนอ่านโดยวิธีสอนแบบ ใช้แผนภูมิความหมาย และกลุ่มควบคุมได้รับการสอนอ่านตามคู่มือครู โดยผู้วิจัยเป็นผู้สอนทั้งสองกลุ่ม ใช้เวลาสอนทั้งหมด 24 คาบเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ใช้ t-test แบบจับคู่เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษากลุ่มตัวอย่าง ทั้งก่อนและหลังการอ่านและทดสอบความคงทนในการจำของการอ่าน และใช้ค่าเฉลี่ยกับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการหาค่าระดับความคิดเห็นของนักศึกษา ที่มีต่อการสอนอ่านแบบใช้แผนภูมิความหมาย

 

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย มีคะแนนความเข้าใจในการอ่านสูงกว่านักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 2. นักศึกษาที่เรียนการอ่านโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมาย มีคะแนน ความคงทนในการจำสูงกว่านักศึกษาที่เรียนโดยวิธีสอนตามคู่มือครูอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 3. นักศึกษาที่เรียนโดยวิธีสอนแบบใช้แผนภูมิความหมายมีความคิดเห็นต่อกิจกรรมการอ่านที่สอนด้วยแผนภูมิความหมายอยู่ในระดับสูง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00