งานวิจัย : การศึกษาความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
กังษตา พิบูลนุรักษ์(2552)นิสิตปริญญาโทสาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ทำการวิจัยเรื่อง การศึกษาความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนจากโรงเรียนเมืองถลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน อ31101 จำนวน 40 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานทำให้นักเรียนมีความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. โครงงานของผู้เรียนมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีมาก หลังจากเสร็จสิ้นการทดลอง คือ มีค่าเฉลี่ย 4.57 โดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และคุณภาพโครงงานของนักเรียนในโครงงานที่ 2 สูงกว่าโครงงานที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3. การทำงานร่วมกันของนักเรียนในการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานอยู่ในเกณฑ์ดีมาก คือ มีค่าเฉลี่ย 4.71 โดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และการทำงานร่วมกันของนักเรียนในโครงงานที่ 2 สูงกว่าโครงงานที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
กังษตา พิบูลนุรักษ์. (2552). การศึกษาความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน. สารนิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เตือนใจ เฉลิมกิจ.
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานที่มีต่อความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ปีที่ 1 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1) โรงเรียนเมืองถลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน อ31101 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 40 คน ที่ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการดำเนินกิจกรรมโครงงานเพื่อพัฒนาความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษจำนวน 2 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ แบบประเมินคุณภาพโครงงาน และแบบประเมินการทำงานร่วมกันในการปฏิบัติกิจกรรมโครงงาน โดยแบบทดสอบวัดความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านใช้ทดสอบก่อนและหลังการทดลอง แบบประเมินคุณภาพโครงงานและแบบประเมินการทำงานร่วมกัน ในการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานใช้ประเมินหลังเสร็จสิ้นโครงงานที่ 1 และหลังเสร็จสิ้นโครงงานที่ 2 ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ๆ ละ 2 ชั่วโมง รวมเป็น 16 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t-test for dependent samples)
ผลการวิจัยพบว่า
- การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานทำให้นักเรียนมีความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่านสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- โครงงานของผู้เรียนมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีมาก หลังจากเสร็จสิ้นการทดลอง คือ มีค่าเฉลี่ย 4.57 โดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และคุณภาพโครงงานของนักเรียนในโครงงานที่ 2 สูงกว่าโครงงานที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
- การทำงานร่วมกันของนักเรียนในการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานอยู่ในเกณฑ์ดีมาก คือ มีค่าเฉลี่ย 4.71 โดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และการทำงานร่วมกันของนักเรียนในโครงงานที่ 2 สูงกว่าโครงงานที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05