มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การพัฒนาแบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ต สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี

จินตอาภา  ผลบุณยรักษ์  (2544)  นิสิตปริญญาโท  คณะศึกษาศาสตร์  สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ  มหาวิทยาลัยศิลปากร   ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาแบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี  กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 35 คน ทำการทดลองด้วยวิธีที่ให้นักเรียนฝึกอ่านใช้แบบฝึกการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ผลการวิจัยพบว่า  1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ตมีค่า 75.11 / 75.57 2. ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการฝึกอ่านโดยใช้แบบฝึกการอ่านภาษาอังกฤษสูงกว่าก่อนการฝึกอ่าน3. นักเรียนมีความคิดเห็นต่อแบบฝึกการอ่านโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ตอยู่ในระดับสูง 

จินตอาภา ผลบุณยรักษ์.  (2544).  การพัฒนาแบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ต สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี.  วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ).  กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศิลปากร.  อาจารย์ที่ปรึกษา:ผศ.ดร. เสงี่ยม โตรัตน์ ผศ.ดร.บำรุง โตรัตน์ ผศ.ดร.นิคม ตังคะพิภพ 

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกการ อ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ต เพื่อเปรียบเทียบความ สามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกการอ่านจากเอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ตและเพื่อศึกษาความคิด เห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อกิจกรรมการอ่านและแบบฝึกการอ่าน ภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้มาโดยการสุ่มห้องเรียน 1 ห้อง ได้นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 35 คน ทำการทดลองด้วยวิธีที่ให้นัก เรียนฝึกอ่านใช้แบบฝึกการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 8 บท สอนบทละ 4 คาบ เป็นเวลา 16 สัปดาห์ 

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสาร โดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ต 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนและหลังการทดลอง 3) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อแบบฝึกการอ่านโดยใช้เอก สารจริงจากอินเตอร์เน็ต การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ t-test แบบจับคู่ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนัก เรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการฝึกอ่านโดยใช้แบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดย โดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ตที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยง เบนมาตรฐานในการหาค่าระดับความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกการอ่านโดยใช้ เอกสารจริงจากอินเตอร์เน็ต 

 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกการอ่านเพื่อการสื่อสารโดยใช้เอกสารจริงจากอิน เตอร์เน็ตมีค่า 75.11 / 75.57 

  2. ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการฝึกอ่านโดยใช้แบบ ฝึกการ อ่านภาษาอังกฤษสูงกว่าก่อนการฝึกอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 

  3.  

    นักเรียนมีความคิดเห็นต่อแบบฝึกการอ่านโดยใช้เอกสารจริงจากอินเตอร์ เน็ตอยู่ในระดับสูง