Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การพัฒนาสัมฤทธิ์ผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน

พรทิพย์ คำดี (2535)  นิสิตปริญญาโท  คณะครุศาสตร์  สาขาการสอนภาษาไทย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ทำการวิจัยเรื่องการการพัฒนาสัมฤทธิ์ผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่3ที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 84 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลอง เรียนโดยการสอนแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน และกลุ่มควบคุมเรียนโดยไม่สอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) สัมฤทธิผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนโดยไม่มีการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน 2) เจตคติต่อวิธีสอนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง 

พรทิพย์ คำดี.  (2535).  การพัฒนาสัมฤทธิ์ผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่3ที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน.  วิทยานิพนธ์กศ.ม. (การสอนภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  อาจารย์ที่ปรึกษา:ศ.ดร.สุจริต เพียรชอบ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสัมฤทธิผลในการเรียนภาษาไทยและศึกษาเจตคติของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 84 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลอง จำนวน41 คน กลุ่มควบคุมจำนวน 43 คน จากการทดสอบความมีนัยสำคัญของมัชฌิมเลขคณิตของคะแนนวิชาภาษาไทย (ท 204) ด้วยค่าที (t-test) พบว่า นักเรียนทั้งสองกลุ่มมีพื้นฐานความรู้วิชาภาษาไทยไม่แตกต่างกัน กลุ่มทดลองเรียนโดยการสอนแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน ส่วนกลุ่มควบคุมเรียนโดยไม่สอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน ใช้เวลาเรียนกลุ่มละ 15 คาบ ผู้วิจัยทดสอบสัมฤทธิผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม ทั้งก่อนและหลังการทดลองโดยใช้แบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและทดสอบเจตคติต่อวิธีสอนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนของกลุ่มทดลองทั้งก่อนและหลังการทดสอบโดยใช้แบบวัดเจตคติที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วยหลังจากนั้นจึงวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้โดยใช้ค่าที (t-test) 

 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. สัมฤทธิผลในการเรียนภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่3 กลุ่มที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนโดยไม่มีการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 
  2. เจตคติต่อวิธีสอนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มที่เรียนโดยการสอดแทรกวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนาในบทเรียน หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05