งานวิจัย : กลวิธีการอ่านภาษาไทยตามการรับรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร
อภิณัฐพร สุณัฐพงศ์ (2535)นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำงานวิจัยเรื่อง กลวิธีการอ่านภาษาไทยตามการรับรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ระหว่างกลุ่มที่ได้คะแนนความสามารถในการอ่านภาไทยสูงและต่ำ จำนวน 493 คน ผู้วิจัยสร้างแบบสอบวัดความสามารถทางการอ่านภาษาไทยขึ้น 1 ฉบับ ซึ่งมีค่าความเที่ยง 0.99 นำมาทดสอบกลุ่มตัวอย่างประชากรแล้วแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มที่มีคะแนนสูงกับคะแนนต่ำโดยแปลงคะแนนที่ได้เป็นคะแนน T นักเรียนที่ได้คะแนน T ตั้งแต่ 66 ขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ได้คะแนนสูงมี 35 คน และนักเรียนที่ได้คะแนน T ตั้งแต่ 33ลงมาเป็นกลุ่มที่ได้คะแนนต่ำมี 21 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ใช้กลวิธีการใช้ระบบการจำ กลวิธีใช้ความรู้ความคิดกลวิธีการใช้ทดแทน กลวิธีการสื่อสารในสังคมในการอ่านภาษาไทยน้อยทุกกลวิธี 2) การใช้กลวิธีการใช้ระบบการจำ กลวิธีใช้ความรู้ความคิด กลวิธีการใช้สิ่งทดแทนและกลวิธีการสื่อสารในสังคมในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้คะแนนสูงกับคะแนนต่ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05
อภิณัฐพร สุณัฐพงศ์. (2535). กลวิธีการอ่านภาษาไทยตามการรับรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ม ครุศาสตร์มหาบัณฑิต (การสอนภาษาไทย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา : รศ.สายใจ อินทรัมพรรย์.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการอ่านภาษาไทยตามการรับรู้ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 และเพื่อเปรียบเทียบกลวิธีการอ่านภาษาไทยตามการรับรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ระหว่างกลุ่มที่ได้คะแนนความสามารถในการอ่านภาไทยสูงและต่ำ ตัวอย่างประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 493 คนซึ่งกำลังเรียนอยู่ในภาคปลายปีการศึกษา 2535 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยสร้างแบบสอบวัดความสามารถทางการอ่านภาษาไทยขึ้น 1 ฉบับ ซึ่งมีค่าความเที่ยง 0.99 นำมาทดสอบกลุ่มตัวอย่างประชากรแล้วแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มที่มีคะแนนสูงกับคะแนนต่ำโดยแปลงคะแนนที่ได้เป็นคะแนน T นักเรียนที่ได้คะแนน T ตั้งแต่ 66 ขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ได้คะแนนสูงมี 35 คน และนักเรียนที่ได้คะแนน T ตั้งแต่ 33ลงมาเป็นกลุ่มที่ได้คะแนนต่ำมี 21 คน
เครื่องมือในการวิจัยคือ แบบสอบถามกลวิธีการอ่านภาษาไทยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.82 ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามแล้วนำมาหาค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและเปรียบเทียบกลวิธีการอ่านของนักเรียนทั้งสองกลุ่มด้วยการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ใช้กลวิธีการใช้ระบบการจำ กลวิธีใช้ความรู้ความคิดกลวิธีการใช้ทดแทน กลวิธีการสื่อสารในสังคม ในการอ่านภาษาไทยน้อยทุกกลวิธี 2. การใช้กลวิธีการใช้ระบบการจำ กลวิธีใช้ความรู้ความคิด กลวิธีการใช้สิ่งทดแทนและกลวิธีการสื่อสารในสังคมในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้คะแนนสูงกับคะแนนต่ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05