The Reader : ณัฐ ศักดาทร หนังสือคู่ใจ ของนักล่าฝัน

ไอสไตน์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า คุณจะไม่แพ้ ถ้าคุณไม่ล้มเลิกความพยายาม ดูจะตรงกับ ชีวิตที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ของหนุ่มนักล่าฝันคนนี้ ณัฐ ศักดาทร the winner ของ af 4 ครับ จากเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เติบโตมาในครอบครัวอบอุ่น มีฐานะ แถมยังเรียนเก่ง จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก แต่นั่น ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นชีวิตที่สำเร็จรูปอยู่ตลอดเวลา เขายังคงมีความฝัน ที่จะต้องทำให้ได้ นั่นคือการเข้าสู่วงการบันเทิง เป็นนักร้อง ที่ประสบความสำเร็จ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของเส้นทางที่ท้าทาย ต้องต่อสู้ทั้งกับจิตใจของตัวเอง คนรอบข้าง รวมถึง เสียงวิพากษ์ วิจารณ์จากผู้คนทั้งประเทศ และสิ่งสำคัญ ที่เปลี่ยนให้เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง เข้มแข็งและเพียรพยายาม จนประสบความสำเร็จในแบบที่เขาใฝ่ฝัน ก็คือ หนังสือ นั่นเองครับ
“ก่อนเข้าบ้าน AF ครับนัทกลับมาจากอเมริกาแล้วตอนนั้น แล้วมันจะเป็นช่วงที่เหมือนเรากำลังตามล่าความฝันของเราอ่ะแต่เรารู้สึกว่ามันไม่ไปไหนซะที แล้วก็เจอคนรอบข้างบ้างคนที่ก็เหมือนดูถูกอ่ะว่าแบบจะทำได้เหรออย่างงั้นอย่างงี้อะไรอย่างเงี่ยะครับ ก็มีวันนึ่งรู้สึกเหมือนอารมณ์อะไรไม่รู้อ่ะท้อด้วย ก็เดินเข้าให้ร้านหนังสือร้านนึ่งที่สยามสแควจำได้เลยครับแล้วก็ไปคุยคุณป้าคนหนึ่งคนที่เค้าเป็นคนที่ดูแลร้านอ่ะครับว่า ผมอยากอ่านหนังสือดีๆสักเล่มมีเล่มไหนไหนจะแนะนำไหม คือเค้าอย่างงี้เลยอ่ะแล้วเค้าก็บอกเอางี้ไหมเอาหนังสือของคุณจิกประภาส แล้วเราก็เอ๊ะ!พี่จิก ประภาส คือเรารู้จักกับเค้าในฐานะนักแต่งเพลงคนนึ่ง แต่นัทยังไม่เคยลองอ่านงานขียนของเค้าอ่ะครับก็เลยได้เล่มนี้มาอ่านแล้วคืนนั่นเนี่ยะอ่านแบบคืนเดียวจบเลยเพราะว่าเป็นครั้งแรกที่อ่านหนังสือแล้วรู้สึกว่าสนุก (หัวเราะ) ไม่ใช่ว่าสนุกเป็นครั้งแรกที่สนุกนะแต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่ามันให้อะไรมากกว่าที่เราคิดจริงๆอ่ะ คือหนังสือเล่มเนี่ยะมันจะเป็นบทความสั้นๆ เรื่องเล่าหลายๆเรื่องของพี่จิกที่มันพูดถึงมุมมองหลายอย่างมากครับ แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยะจะเป็นบทความที่ชวนให้เรามองโลกให้แง่บวกมากขึ้น แล้วมันจะมีบทนึ่งอ่ะที่พูดถึงว่าไม้บรรทัดจำได้เลย เค้าก็จะพูดว่าทุกสิ่งทุกอย่างบางทีเนี่ยะ"
แน่นอนครับว่า เมื่อตัดสินใจก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขัน ที่ถูกผู้คนเป็นล้านๆ จับตามอง ย่อมต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวก แง่ลบ ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงข่าวลือต่างๆ ที่อาจบั่นทอนจิตใจ แต่ พลังของการอ่านหนังสือ ได้กลายเป็นภูมิคุ้มกันให้นัท มีหัวใจ ที่เข้มแข็ง นักล่าฝันคนนี้ จึงไม่เคยย่อท้อต่อ เสียงวิจารณ์ เขาเปลี่ยนน้ำตาให้เป็นพลังแห่งความพยายาม มองทุกอย่างในมุมบวก พัฒนาตัวเองอย่างสุดความสามารถ จนได้รับชัยชะ เป็นเสียงโหวตจากคนประเทศในที่สุด
“แล้วนัทก็เอาตรงนี้มาใช้อย่างตอนช่วงอยู่ในบ้านมันจะเป็นช่วงที่เราโดนเปรียบเทียบเยอะมากกับเพื่อนๆคนอื่นๆในบ้าน AF 4 หรือแม้แต่คนอื่นๆในวงการบันเทิง เราก็ต้องมาเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่านั่นคือไม้บรรทัดของเค้านะคนอื่นที่พูด เราต้องมีไม้บรรทัดของตัวเราเองที่เอาไว้วัดสิ่งที่เราต้องการไว้วัดว่าเราอยู่ในจุดไหนของความฝันของเราแล้วอย่าให้คนอื่นมาดูถูกเราได้ หนังสือของพี่จิก ประภาส มันเป็นเรื่องชีวิตประจำวันเลยแหละเรื่องทั่วไปมากๆ เก็บมุมเล็กๆน้อยๆส่วนใหญ่มันจะเป็น..อย่างเล่มเนี่ยะครับเป็นการรวบรวมคำถามของคนที่เขียนเข้าไปหาพี่จิกเค้า ซึ่งมันจะก็จะแบบครอบคลุมเรื่องทุกเรื่องในชีวิต ตั้งแต่ความรักยันวิทยาศาสตร์ยันคณิตศาสตร์มาจนถึงพุทธศาสนามาจนถึงเรื่องความฝัน นัทถึงชอบเล่มเนี่ยะครับเพราะว่ามันอ่านปุ๊บมันเหมือนเราได้เปิดโลกกว้างมาก 360 องศามากไม่ใช่เฉพาะเรื่องๆหนึ่ง ไม่ใช่เน้นเฉพาะเรื่องๆเดียวเล่มเนี่ยะอ่านแล้วโดยรวมทำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่มองอะไรกว้างขึ้นและกว้างขึ้นไม่พอมองอะไรทุกอย่างในมุมที่มันบวกขึ้น นัทว่าตรงเนี่ยะมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเลยทุกวันนี้เนี่ยะ เออ..มันบอกไม่ถูก นัทว่าสังคมทุกวันเนี่ยะมันมีหลายอย่างเข้ามาหาเราในแต่ละวันในชีวิตทุกๆคนนะครับ การที่จะอยู่กับชีวิตเราได้เป็นอย่างดีเนี่ยะบางทีเราก็ต้องรู้จักที่จะปรับมุมมองของตัวเองให้มันเป็นมุมมองที่บวกมากขึ้น ให้เรารู้จักเก็บแต่สิ่งดีๆมากขึ้นไม่งั้นโห่..ลำบาก แย่ รับสิ่งไม่ดีเข้าไปบ้างทีเราไม่รู้ตัวอ่ะครับเราก็จะกลายเป็นคนที่แบบคิดอะไรลบๆไปตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว"
"หลายคนอาจเคยได้รับประสบการณ์ดีๆ จากหนังสือ โดยเฉพาะ การเป็นสายใยแห่งความรัก ทั้งจากเพื่อน สู่เพื่อน หรือคนในครอบครัว เช่นเดียวกับน้องนัท และคุณแม่ ที่หนังสือได้กลายเป็นสื่อกลางแห่งความเข้าใจ การให้กำลังใจกันของทั้งสองคนด้วย
"คืออย่างนึงเนี้ย คนจะชอบเดินมาหานัท อย่างจะมีผู้ปกครองบางคนเดินมาหานัท แล้วก็พูดกับนัทว่า อยากให้ลูกได้เรียน Harvard จัง อยากให้ได้เข้ามหาลัยที่มีชื่อเสียงติด Top Ten บ้างอะไรแบบนี้ แต่เวลานัทได้ยินประโยคอะไรแบบนี้แล้วเนี้ย นัทก็จะนึกค้านในใจครับว่า ทำไมต้องไปยึดติดกับอันดับหรือตัวเลขซะขนาดนั้น ให้ความสำคัญกับมันซะขนาดนั้น จริงๆแล้วเนี้ยสิ่งนึงที่สำคัญที่สุดที่ Harvard สอนนัทคือ การเรียนรู้มันเกิดขึ้นได้ในทุกๆสถานที่ในทุกวัน ทุกๆเวลา ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องไปอยู่ในสถาบันนี้เท่านั้นแล้วเราถึงจะเก่งและฉลาดได้ แต่ที่สำคัญ คือ เราจะต้องเป็นคนที่เปิดรับอยู่ตลอดเวลา อันนี้เป็นสิ่งนึงที่หากคนที่ได้สัมผัสจริงๆ ก็น่าจะนำไปใช้ได้"
หนุ่มนักล่าฝัน ของเรา ยังฝากเคล็ดลับการอ่านหนังสือ มาถึงคุณผู้ชม โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือด้วยครับ
ฟังเรื่องราวของหนังสือ ที่เป็นเพื่อนคู่ใจของนักล่าฝัน อย่าง คุณนัท ศักดาทร วันนี้ ทำให้เราได้ล่วงรู้ความลับของการทำความฝันให้เป็นจริงข้อนึงที่ว่า การอ่านหนังสือ นั้นเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การสู้เพื่อความฝันของเราเป็นความจริงขึ้นมาได้ จริงๆครับ

