“ทำไมต้อง e-magazine” กับปรากฏการณ์ข่าวในมือคุณ

นับวันภาพของสังคมการอ่านยุคใหม่จะฉายชัดมากขึ้นทุกขณะ ถึงแม้หนังสือกระดาษจะยังเป็นที่นิยมอยู่
ทว่า อุปกรณ์สื่อสารจำพวกสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตก็กำลังมาแรงใช่เล่น กระทั่งผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์หลายค่ายหันมาเอาดีทาง e-book, e-magazine กันยกใหญ่ เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมห่างไกลจากหน้าจอ
'เนชั่นสุดสัปดาห์' นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ชื่อดังก็ไม่รอช้า กระโจนเข้าร่วมตลาด e-magazine เช่นกัน นี่อาจเป็นความเคลื่อนไหวหนึ่งของวงการข่าว แต่อีกด้าน นับเป็นผลสะท้อนทิศทางของข่าวซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน…ข่าวจะอยู่รอบตัวเรา ทุกเวลา โดยเฉพาะบนเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ประจวบเหมาะกับช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 40 กองบรรณาธิการเนชั่นสุดสัปดาห์จึงส่งนักข่าวและคอลัมนิสต์มือดีมาร่วมพูดคุยกับแฟนๆ นักอ่านอย่างหมดเปลือก เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อตอบข้อสงสัยว่า "ทำไมต้อง e-magazine" แล้วเหตุใดเครือเนชั่นถึงกล้าก้าวเข้าร่วมตลาดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งๆ ที่ทำสื่อสิ่งพิมพ์มายาวนาน และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของเนชั่นมีดีกว่าคนอื่นอย่างไร
นำทีมโดย สุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการข่าวแห่งเนชั่น ซึ่งได้วิเคราะห์ทิศทางข่าวในยุคที่สังคมออนไลน์เป็นเนื้อเดียวกับโลกแห่งความจริงว่า ยุคนี้สมัยนี้หากคนทำข่าวและสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ปรับตัวอาจระส่ำระสายเป็นแน่
"ถ้าไม่ e ก็ไม่มีอนาคต เพราะต่อไปเนื้อหาจะไปอยู่ในอุปกรณ์พวกนี้ทั้งหมด" สุทธิชัยกล่าว
ซึ่งนั่นก็พอจะเห็นเค้าความเป็นไปได้แล้ว เพราะภาพคนถือสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต แตะๆ ทัชๆ มีมากเสียจนชินตาแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้แม้ไม่ใช่อวัยวะก็ใกล้เคียง การรับรู้ข่าวสารจึงไม่หนีไปไกลกว่าในมือพวกเขา ที่เนชั่นตัดสินใจส่งนิตยสารข่าวรายสัปดาห์มาในรูปแบบแอพพลิเคชั่นก็ตอบโจทย์ของสุทธิชัยและโลกข่าวสารได้ดีทีเดียว
นอกจากคนอ่านจะได้รับข่าวสารรวดเร็ว ไม่ต้องเดินออกไปซื้อหาที่ไหนไกล สิ่งที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทำได้ดีและเป็นสีสันมากกว่าหนังสือเล่มกระดาษ คือ นำเสนอได้หลากหลายกว่า อ่านสนุกกว่า มีเสียง ดูวีดิโอได้ สุทธิชัยบอกว่าเมื่อหนังสือพิมพ์มาอยู่ในรูปของแอพพลิเคชั่นจะยิ่งมีสีสัน แม้แต่ภาพนิ่งก็มีชีวิตได้แค่เพียงปลายนิ้ว
ที่กล่าวข้างต้นคือผลสำเร็จของแอพพลิเคชั่น ทว่า สำหรับกระบวนการผลิต นักข่าว นักเขียน คือกลไกสำคัญ สุทธิชัยเล่าว่าในองค์กรข่าวนามว่าเนชั่น พยายามสร้างบุคลากรข่าวให้ครบเครื่องที่สุด
"ที่เนชั่น คนเขียนต้องพูดเป็น แล้วคนพูดเป็นก็ต้องเขียนเป็นด้วย"
สำหรับฟันเฟืองสำคัญอย่างนักเขียน โตมร ศุขปรีชา บรรณาธิการนิตยสาร GM และนักเขียนหนุ่มความคิดแหลมคม เจ้าของคอลัมน์ 'เธอ เขา เรา ผม' แสดงทัศนะต่อสื่อออนไลน์ว่ามี 2 ลักษณะ คือ เพื่อนักอ่านและเพื่อนักดู ซึ่งลักษณะของนิตยสารแบบเนชั่นสุดสัปดาห์ค่อนข้างสอดคล้องกับแนวทางนี้ ไม่ว่าจะล้อมกรอบ, รูป ล้วนนำมาใช้ได้
"นักอ่านจะเป็นคนที่อ่านตัวหนังสือจริงๆ ส่วนคนที่เป็นนักดู เราจะพบได้ในกลุ่มที่ซื้อนิตยสาร นิตยสารไม่ได้มีแต่ตัวหนังสืออย่างเดียว มันมีกลวิธีต่างๆ มากมาย เช่น ล้อมกรอบ โปรย ซึ่งค่อนข้างสอดคล้อง เมื่อเข้าสู่ตัวที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์แล้วจะปรับตัวง่าย…e-magazine ทำให้การเขียนหนังสือมีชีวิต" โตมรบอก
ด้าน นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ นักข่าวหนุ่มไฟแรง ที่เกาะติดทุกสถานการณ์ เจาะลึกข่าว กับคอลัมน์ 'ที่เห็นและเป็นอยู่' เล่าประสบการณ์การทำข่าวว่าแม้ตนจะเริ่มต้นจากสื่อโทรทัศน์ วรรณศิลป์จะยังเทียบรุ่นใหญ่ไม่ได้ แต่ในยุคนี้เมื่อมีอุปกรณ์สื่อสารอันทันสมัยก็ช่วยเขาได้มาก
"เราจะติดนิสัยทีวี เวลาเขียนหนังสือจะสื่อสารได้ไม่ครบ บางอารมณ์พยายามเขียนแล้ว พยายามใส่เครื่องหมาย ทำตัวหนา ก็ยังสื่อได้ไม่ครบ พอมีไอแพดก็ช่วยได้ ส่วนมากบทความในนี้ก็เป็นที่ไปสัมภาษณ์มา ซึ่งพอไปเขียนก็สื่อไม่ครบ ผมเชื่อว่าคนที่บริโภคก็อยากรู้ว่าสไตล์การพูดของแหล่งข่าวจะเป็นอย่างไร ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ที่เขียนไม่ได้"
นภพัฒน์จักษ์ ยกตัวอย่างว่า เมื่อถามแหล่งข่าวไปแล้วแหล่งข่าวอึ้งไปสามนาที ก็ไม่รู้จะเขียนบอกอย่างไร จะเขียนตรงๆ ว่าอึ้งไป ก็ดูตลกเกินไป และคำว่าอึ้งก็มีหลายอย่าง งงคำถาม หรือกำลังโกรธ ซึ่งภาพวีดิโอน่าจะบอกได้ชัดเจนมากกว่าในกระดาษ แต่ทั้งนี้สำหรับนักเขียนที่ช่ำชองแล้วอาจเขียนให้เห็นภาพนั้นได้
แม้ข้อดีของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะมีอยู่พอตัว แต่กระนั้นก็ยังมีคนบอกว่าเทคโนโลยีอาจส่งผลเสียแก่วงการหนังสือของไทย ซึ่งแต่เดิมก็ไม่ค่อยจะดีนัก
สุทธิชัย อธิบายว่า ในแง่ของผู้เขียนคงไม่ถือว่าเปลี่ยนแปลงอะไร เพียงต้องปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบซึ่งเปลี่ยนไปก็เท่านั้น
"การเขียนหนังสือไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก การเขียนให้มันสนุก ให้มันลึก ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่พอเราเขียนโดยที่รู้ว่าจะมีวีดิโอประกอบ มีภาพประกอบ เราก็จะต้องเขียนให้มันสอดคล้องกับภาพและวีดิโอเพื่อที่จะให้มันมีสีสันมากขึ้น"
ในแง่ของผู้เขียน สุทธิชัย บอกว่า "นี่คือสุดยอดของการอ่าน มีบางคนบอกว่าเราจะอ่านน้อยลงไหม ผมก็ถามตัวเองว่าเวลาเรามีเทคโนโลยีขนาดนี้ แล้วเราอ่านสั้นลง สมาธิสั้นลง อ่านน้อยลง หรือเปล่า ตรงกันข้าม ผมอ่านมันได้เลย จะทำอะไรอยู่ก็อ่านมันได้ ระหว่างออกกำลังกาย ระหว่างวิ่งตอนเช้า"
ซึ่ง โตมร ก็พบว่าในสังคมไทยยังแบ่งแยกสื่อกระดาษและแบบอิเล็กทรอนิกส์ออกจากกัน มิหนำซ้ำยังจับให้สื่อทั้งสองแบบเป็นศัตรูกันเสียด้วย
"เราชอบแบ่งขั้วแล้วคิดว่าสองอย่างนี้เป็นศัตรูกัน จริงๆ แล้ว เรานำสองอย่างมาทำให้สอดคล้องกันได้"
ดังเช่นที่เนชั่นกำลังทำ สิ่งพิมพ์อยู่ได้ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็เติบโต เพราะถึงอย่างไรสื่อกระดาษก็ยังมีอิทธิพลต่อการรับข่าวสารอยู่มาก คนจำนวนไม่น้อยยังหลงเสน่ห์หนังสือ สื่อกระดาษ และยังไม่ชินกับความแข็งกระด้างของหน้าจอโทรศัพท์หรือแทบเล็ต
นอกจากเรื่องคนอ่านได้อะไร คนเขียนทำอะไร เมื่อลงลึกในรายละเอียดยิบย่อย ยังมีหลายต่อหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคลื่นกระแสหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งทยอยม้วนเกลียวเข้าหาฝั่งบรรณพิภพ
บรรณาธิการ GM ชวนคิดต่อว่ายังมีใครได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์บ้าง เช่น สายส่งซึ่งเคยมีอิทธิพลต่อวงการหนังสือมากว่า 40 ปี เคยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จว่าหนังสือเล่มใดจะได้ขายหรืออดขาย แต่เมื่อมีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อาจเป็นโอกาสของนักเขียน ได้มีช่องทางเผยแพร่ผลงานอย่างอิสรเสรี
"นักเขียนในเมืองไทยไม่ค่อยเรียกร้องสิทธิให้ตัวเอง งานเขียนจึงกลายเป็นศิลปะราคาถูกที่สุดในบรรดาศิลปะแขนงต่างๆ ที่อเมริกามีการรวมกลุ่มกันระหว่างนักเขียน พอมี e-book, e-magazine ก็เกิดรวมตัวกันของผู้ผลิตสื่อเหล่านี้ด้วย การเรียกร้องอะไรจึงเป็นรูปธรรม"
โตมร ฝากคำถามถึงสังคมไทยด้วยว่าที่งานเขียนกลายเป็นสื่อราคาถูกก็เพราะสังคมไทยให้คุณค่ากับสื่อแขนงใดมากกว่ากัน เม็ดเงินถึงอยู่ที่โทรทัศน์อย่างมหาศาล…ซึ่งสะท้อนอะไรบางอย่างในสังคมไทย
และในโอกาสเดียวกันนี้ Nation Junior หรือ NJ นิตยสารภาษาอังกฤษขวัญใจนักเรียนก็เปิดตัว NJ Magazine HD เช่นกัน โดยมี Mr.Robert (Bobby) McBlain บรรณาธิการ NJ มาร่วมพูดคุยด้วยตนเอง Mr.Robert เล่าว่า NJ อยู่กับสังคมการเรียนรู้ของไทยมายาวนาน แต่โลกหมุนไปตลอด มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกนาที NJ ก็เช่นเดียวกัน จะต้องเติบโตให้ทันยุคสมัย เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตของเด็กยุคนี้ เพราะภารกิจของ NJ คือให้ความรู้ภาษาอังกฤษแก่เด็กไทย
"ชีวิตเปลี่ยน เด็กไทยเปลี่ยน NJ ก็เปลี่ยน นี่คืออนาคต ในอดีตภาษาอังกฤษสำคัญ แต่ปัจจุบันและอนาคตยิ่งสำคัญ" Mr.Robert กล่าว
และคงไม่มีใครบอกคุณค่าของหนังสือได้ดีไปกว่าคนอ่าน ศุภวัฒน์ คงทอง ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน NJ Spelling Bee 2011 บอกว่าได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจาก NJ มาโดยตลอด ปกติอ่านในรูปแบบกระดาษก็ได้ความรู้และสนุกมากแล้ว เมื่อ NJ มาอยู่ในโทรศัพท์และแทบเล็ตก็ยิ่งสะดวกมากขึ้น สิ่งที่ ศุภวัฒน์ ชื่นชอบมากที่สุดคือ ลูกเล่นมากมายซึ่งจะพาให้เขาและผู้อ่านทุกคนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ
แม้แอพพลิเคชั่นของเนชั่นสุดสัปดาห์และ NJ จะเพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ก็มีผู้สนใจมากมาย รวมทั้งมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ตัดสินใจตอบรับแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ไว้ให้นักศึกษาได้ใช้ศึกษาค้นคว้า และติดตามข่าวสารบ้านเมือง
ธีระพงศ์ เอี่ยมวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า "เรามองเห็นว่าเครือเนชั่นมีประสบการณ์ในการสร้างสื่อสมัยใหม่ ทางมหาวิทยาลัยก็เห็นว่าน่าจะหาพันธมิตร ให้มี NJ, เนชั่นสุดสัปดาห์แอพพลิเคชั่น ลงในโปรแกรมของนักศึกษาเรา"
แอพพลิเคชั่น 'เนชั่นสุดสัปดาห์' พร้อมให้ทุกท่านได้ดาวน์โหลดแล้วที่ App Store เพียงพิมพ์คำว่า NationWeekend ทาง iPad และ iPhone นิตยสารดีๆ จะส่งตรงถึงมือคุณทุกสัปดาห์
เพียงเท่านี้ทุกปรากฏการณ์ข่าวจะอยู่ในมือคุณ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก http://www.bangkokbiznews.com