งานวิจัย : ผลของการแทรกข้อขบขันแบบต่าง ๆ ในแบบสอบเลือกตอบที่มีต่อคะแนนสอบของนักเรียน
ฉวีวรรณ บุญคุ้ม (2535) นิสิตปริญญาโท คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเรื่องผลของการแทรกข้อขบขันแบบต่าง ๆ ในแบบสอบเลือกตอบที่มีต่อคะแนนสอบของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยมแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 40 คนคือกลุ่มควบคุม 1 กลุ่ม และกลุ่มทดลอง 3 กลุ่มผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบแทรกข้อขบขันแบบต่างๆ 3 แบบ มีคะแนนสอบสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบธรรมดา แต่ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า นักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบที่แทรกข้อขบขันที่เป็นภาพการ์ตูน คือแบบสอบที่คั่นด้วยภาพการ์ตูนและแบบทดสอบการ์ตูนประกอบสถานการณ์ขบขันมีคะแนนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบที่แทรกข้อขบขันที่เป็นภาษา นอกจากนี้ ผลจากการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ข้อขบขันในแบบสอบเลือกตอบของนักเรียนพบว่าร้อยละ 90, 80 และ 70 ของผู้ตอบเห็นด้วยว่าการใช้ข้อขบขันในแบบสอบจะช่วยให้นักเรียนได้ผ่อนคลายในขณะทำแบบสอบเมื่อใช้แบบสอบประเภท คั่นด้วยภาพการ์ตูนขบขัน ภาพการ์ตูนประกอบสถานการณ์ขบขันและสถานการณ์ขบขันตามลำดับ
ฉวีวรรณ บุญคุ้ม. (2535). ผลของการแทรกข้อขบขันแบบต่าง ๆ ในแบบสอบเลือกตอบที่มีต่อคะแนนสอบของนักเรียน. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(การวัดและประเมินผลการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา:ผศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบคะแนนของนักเรียนที่ได้จากการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบที่แทรกข้อขบขันแบบต่าง ๆ 3 แบบและแบบสอบเลือกตอบธรรมดา และเพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ข้อขบขันแบบต่าง ๆ ในแบบสอบเลือกตอบของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยในปีการศึกษา 2533 จำนวน 160 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อยกลุ่มละ 40 คน คือ กลุ่มควบคุม 1 กลุ่มและกลุ่มทดลอง 3 กลุ่ม เครื่องมือที่ใช้คือแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทย (ท 204) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องคำและหน้าที่ของคำในภาษาไทยและการอ่านจับใจความ กับแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ข้อขบขันแบบต่าง ๆ ในแบบสอบเลือกตอบของนักเรียนซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยผู้วิจัยแบ่งแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออกเป็น 4 ฉบับคือ ฉบับที่ 1 เป็นแบบสอบเลือกตอบธรรมดา สำหรับกลุ่มควบคุม ฉบับที่ 2 เป็นแบบสอบที่คั่นด้วยภาพการ์ตูนขบขัน ฉบับที่ 3 เป็นแบบสอบภาพการ์ตูนประกอบสถานการณ์ขบขัน และฉบับที่ 4 เป็นแบบสอบสถานการณ์ขบขัน สำหรับกลุ่มทดลอง 3 กลุ่มตามลำดับ การดำเนินการทดลองได้ใช้ครูผู้สอนคนเดียวกันทำการสอนนักเรียนทั้ง 4 กลุ่มและดำเนินการสอนแบบเดียวกัน ภายหลังจากนักเรียนแต่ละกลุ่มได้รับการสอนแล้วจึงทดสอบด้วยแบบสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way analysis ofvariance) และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าคะแนนเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีของตูกี ส่วนแบบสอบถามความคิดเห็นใช้การหาค่าสถิติร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบแทรกข้อขบขันแบบต่าง ๆ 3 แบบมีคะแนนสอบสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบธรรมดา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05แต่ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า นักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบที่แทรกข้อขบขันที่เป็นภาพการ์ตูน คือแบบสอบที่คั่นด้วยภาพการ์ตูนและแบบทดสอบการ์ตูนประกอบสถานการณ์ขบขันมีคะแนนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอบด้วยแบบสอบเลือกตอบที่แทรกข้อขบขันที่เป็นภาษา ผลจากการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ข้อขบขันในแบบสอบเลือกตอบของนักเรียนพบว่าร้อยละ 90, 80 และ 70 ของผู้ตอบเห็นด้วยว่าการใช้ข้อขบขันในแบบสอบจะช่วยให้นักเรียนได้ผ่อนคลายในขณะทำแบบสอบเมื่อใช้แบบสอบประเภท คั่นด้วยภาพการ์ตูนขบขัน ภาพการ์ตูนประกอบสถานการณ์ขบขันและสถานการณ์ขบขันตามลำดับ