งานวิจัย : ปัจจัยต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในองค์กรตรวจสอบกันเองของผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อ
กวี อุรัสยะนันทน์(2542) นิสิตปริญญาโท สาขาการหนังสือพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานวิจัยเรื่อง ปัจจัยต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในองค์กรตรวจสอบกันเองของผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อ ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบของสถานภาพของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์มีบทบาทสำคัญในการแสดงทัศนะที่มีต่อสภาการหนังสือพิมพ์ ส่วนการศึกษาไม่มีอิทธิพลต่อการแสดงทัศนะในประเด็นดังกล่าว ส่วนกลุ่มผู้บริโภคข่าวสาร ที่มีบทบาทต่อการแสดงทัศนะสภาการหนังสือพิมพ์ คือการศึกษาและสถานภาพที่ดำรงอยู่ในขณะนั้น ซึ่งในทัศนะของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพทั้ง 6 กลุ่ม มีทัศนะเกี่ยวกับองค์กรตรวจสอบกันเองอยู่ 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่หนึ่งผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องอยู่ในบรรทัดฐานทางจริยธรรมเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการปฏิบัติงานซึ่งจะต้องเกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบวิชาชีพในการละเมิดกฎจริยธรรม ประเด็นที่สองผู้อ่านมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเนื้อหาสาระของผู้ประกอบวิชาชีพได้ ดังนั้น ผู้อ่านจะต้องเปลี่ยนแปลงการอ่านหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระ แต่สำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีบางกลุ่มที่ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ที่ละเมิดทางจริยธรรมอย่างสูงเหมือนกัน
กวี อุรัสยะนันทน์. (2542).ปัจจัยต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในองค์กรตรวจสอบกันเองของผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อ. วิทยานิพนธ์ น.ม. (การหนังสือพิมพ์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา:ศ.สุกัญญา สุดบรรทัด
การวิจัยครั้งนี้ มุ่งศึกษาเพื่อหาปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยอุปสรรคที่มีต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในองค์กรตรวจสอบกันเองของผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อโดยมีวัตถุประสงค์
- เพื่อศึกษากลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อเกี่ยวกับทัศนะการจัดตั้งองค์กรตรวจสอบกันเองที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อสาธารณะชน
- เพื่อศึกษากลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์และกลุ่มผู้บริโภคสื่อที่มีพื้นฐานการศึกษา, สถานะภาพทางสังคมที่เป็นฐานข้อมูลในการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อองค์กรตรวจสอบกันเอง
- เพื่อศึกษาองค์กรตรวจสอบกันเองที่ตั้งขึ้นในปี พ.ศ 2540 ภายใต้ชื่อ "สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ" ในแง่ของปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยอุปสรรค อาทิสัดส่วนของคณะกรรมการ, กฎระเบียบ, กลไกการควบคุมกันเองและความสัมพันธ์ของผู้ประกอบวิชาชีพในการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการตรวจสอบกันเอง
ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบของสถานภาพของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์มีบทบาทสำคัญในการแสดงทัศนะที่มีต่อสภาการหนังสือพิมพ์ ส่วนการศึกษาไม่มีอิทธิพลต่อการแสดงทัศนะในประเด็นดังกล่าว ส่วนกลุ่มผู้บริโภคข่าวสาร ที่มีบทบาทต่อการแสดงทัศนะสภาการหนังสือพิมพ์ คือการศึกษาและสถานภาพที่ดำรงอยู่ในขณะนั้น ซึ่งในทัศนะของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพทั้ง 6 กลุ่ม มีทัศนะเกี่ยวกับองค์กรตรวจสอบกันเองอยู่ 2 ประเด็น คือ
ประเด็นที่หนึ่งผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องอยู่ในบรรทัดฐานทางจริยธรรมเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการปฏิบัติงานซึ่งจะต้องเกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบวิชาชีพในการละเมิดกฎจริยธรรม
ประเด็นที่สองผู้อ่านมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเนื้อหาสาระของผู้ประกอบวิชาชีพได้ ดังนั้น ผู้อ่านจะต้องเปลี่ยนแปลงการอ่านหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระ แต่สำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีบางกลุ่มที่ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ที่ละเมิดทางจริยธรรมอย่างสูงเหมือนกัน ส่วนกลุ่มผู้บริโภคข่าวสารมองอยู่เพียงประเด็นเดียวคือ สภาการหนังสือพิมพ์จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้มากน้อยเพียงไหนก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานและกฎระเบียบที่ทางผู้ประกอบวิชาชีพจะมีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจได้อย่างไร ในส่วนของความเชื่อมั่นและไว้วางใจของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจมากกว่ากลุ่มผู้บริโภคข่าวสาร
ส่วนปัจจัยสนับสนุนในการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจขึ้นอยู่หลายประเด็น ได้แก่ปัจจัยในการควบคุมกันเอง ปัจจัยทางศีลธรรมและสังคม ปัจจัยในการรับเรื่องร้องทุกข์, กลั่นกรอง,ตรวจสอบและแจ้งข่าวสาร ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสภาการหนังสือพิมพ์ในการปฏิบัติงาน ส่วนปัจจัยอุปสรรคทั่วไปได้แก่ ปัจจัยค่านิยมเกี่ยวกับ "แมลงวันไม่ตอมแมลงวัน"ปัจจัยระบบนายทุน ปัจจัยอำนาจทางการเมือง ปัจจัยมาตรการทางกฎหมาย ปัจจัยการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ในส่วนท้องถิ่น ส่วนปัจจัยอุปสรรคในธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์ได้แก่ ปัจจัยสำนวนสัดส่วน ปัจจัยระบบอุปถัมภ์ ปัจจัยระบบปัจเจกชน ปัจจัยการขาดจิตสำนึกทางด้านจริยธรรม ปัจจัยจริยธรรมเป็นเพียงแค่อุดมการณ์ของวิชาชีพเท่านั้น