Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : ปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของบุคคลวัยทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

บุษบง ดุรงคเวโรจน์. (2553). นิสิตปริญญาโท สาขาการจัดการมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้ทำวิจัยเรื่อง  ปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของบุคคลวัยทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือประชากรวัยทำงานในกรุงเทพฯที่อ่านหนังสือ อายุตั้งแต่ 23 ปีขึ้นไป 400 คน  ผลการวิจัย พบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีอายุน้อยกว่า 35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีสถานภาพโสดหรือหย่าร้าง เป็นพนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง โดยมีรายได้ต่อเดือน 15,000 – 30,000 บาท มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน 2) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อ่านหนังสือประเภทนิตยสารและวารสารมากที่สุด โดยเชอบอ่านเกี่ยวกับแฟชั่น เสื้อผ้า และแหล่งที่มาของหนังสือส่วนใหญ่ซื้อมาจากร้านขายหนังสือทั่วไป ราคาหนังสือที่เหมาะสมควรมีราคา 51 -100 บาท ความถี่ของผู้อ่านหนังสือส่วนใหญ่เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ระยะเวลาที่อ่านเฉลี่ย 30 นาทีต่อครั้ง 3)ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของหนังสือโดยรวมว่า หนังสือมีคุณประโยชน์มาก4) ปัจจัยรูปแบบการดำเนินชีวิตด้านกิจกรรมและด้านความสนใจไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการอ่านหนังสือ ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์ และด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้ง  

บุษบง ดุรงคเวโรจน์. (2553). ปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของบุคคลวัยทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ บ.ธ.ม. (การจัดการ). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์: อาจารย์ ดร. ไพบูลย์ อาชารุ่งโรจน์.

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของบุคคลวัยทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรวัยทำงานในจังหวัดกรุงเทพมหานครที่อ่านหนังสือ อายุตั้งแต่ 23 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแตกต่างด้วยค่าที สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว วิเคราะห์แบบไคสแควร์ การทดสอบสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน 

ผลการวิจัย พบว่า

  1. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีอายุน้อยกว่า 35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีสถานภาพโสดหรือหย่าร้าง เป็นพนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้าง โดยมีรายได้ต่อเดือน 15,000 – 30,000 บาท มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน
  2. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อ่านหนังสือประเภทนิตยสารและวารสารมากที่สุด โดยเนื้อเรื่องที่ชอบอ่านเกี่ยวกับแฟชั่น เสื้อผ้า และแหล่งที่มาของหนังสือส่วนใหญ่ซื้อมาจากร้านขายหนังสือทั่วๆไป ราคาหนังสือที่เหมาะสมควรมีราคาประมาณ 51 -100 บาท ความถี่ของผู้อ่านหนังสือส่วนใหญ่เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ระยะเวลาที่อ่านเฉลี่ย 30 นาทีต่อครั้ง

  3. ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของหนังสือโดยรวมว่า หนังสือมีคุณประโยชน์มาก

  4. ผลการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของบุคคลวัยทำงาน พบว่าด้านกิจกรรม การอ่านหนังสือ การไปสังสรรค์และร่วมกิจกรรมทางสังคม การดูโทรทัศน์ฟังเพลง ร้องเพลงคาราโอเกะ การไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และการไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าตรงกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมาก แต่กรณีการเล่นกีฬา/ออกกำลังกายตรงกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับปานกลางด้านความสนใจ ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ความสนใจด้านบันเทิง งานแฟชั่น ดาราภาพยนตร์ ความสนใจในการประดับตบแต่งบ้านและที่อยู่อาศัย และความสนใจในสุขภาพ ตรงกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมาก ส่วนความสนใจด้านการทำอาหารและความสนใจด้านธุรกิจการลงทุน ตรงกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับปานกลาง

  5. ผลการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์กับพฤติกรรมการอ่านหนังสือ พบว่า

    • เพศ ผู้บริโภคที่มีเพศแตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านประเภท ด้านเนื้อเรื่องด้านแหล่งที่มาของหนังสือ ด้านราคาหนังสือที่เหมาะสม ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์แตกต่างกัน ส่วนด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งไม่แตกต่างกัน
    • อายุ ผู้บริโภคที่มีอายุแตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านประเภท ด้านเนื้อเรื่อง ด้านแหล่งที่มาของหนังสือ ด้านราคาหนังสือที่เหมาะสม ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์และด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งแตกต่างกัน

    • ระดับการศึกษา ผู้บริโภคที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านเนื้อเรื่อง ด้านราคาที่เหมาะสม ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งแตกต่างกัน ส่วนด้านประเภทของหนังสือที่อ่านและด้านแหล่งที่มาของหนังสือไม่แตกต่างกัน
    • อาชีพ ผู้บริโภคที่มีอาชีพแตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านประเภท ด้านเนื้อเรื่อง ด้านราคาหนังสือที่เหมาะสมแตกต่างกัน ส่วนด้านแหล่งที่มาของหนังสือ ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งไม่แตกต่างกัน

    • รายได้ ผู้บริโภคที่มีรายได้แตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านประเภท ด้านเนื้อเรื่องแตกต่างกัน ส่วนด้านราคาหนังสือที่เหมาะสม ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งไม่แตกต่างกัน
    • สถานภาพสมรส ผู้บริโภคที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกันมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านประเภท ด้านเนื้อเรื่อง ด้านราคาหนังสือที่เหมาะสม ด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์ ด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้งแตกต่างกัน ส่วนด้านแหล่งที่มาของหนังสือไม่แตกต่างกัน

  6. ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการ อ่านหนังสือด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์อยู่ในระดับต่ำมากปัจจัยด้านคุณประโยชน์ของหนังสือไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้ง

  7.  

    ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยรูปแบบการดำเนินชีวิตด้านกิจกรรมและด้านความสนใจไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการอ่านหนังสือด้านจำนวนครั้งที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อสัปดาห์และด้านระยะเวลาที่อ่านหนังสือเฉลี่ยต่อครั้ง