Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การศึกษารูปแบบและเนื้อหาของจดหมายข่าวที่ใช้ในโครงการสโมสรแรงงานเด็ก

แสงรวี กิริยาพงศ์ (2534)นิสิตปริญญาโท สาขานิเทศศาสตรพัฒนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำงานวิจัยเรื่อง การศึกษารูปแบบและเนื้อหาของจดหมายข่าวที่ใช้ในโครงการสโมสรแรงงานเด็ก จำนวน 133คน ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบของจดหมายข่าวควรมีขนาดเท่าเดิม แต่ให้เพิ่มจำนวนหน้าและจำนวนภาพที่ใช้ประกอบควรเปลี่ยนสีพิมพ์ไปเรื่อย ๆ 2. บทความที่กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็กชอบอ่านมากที่สุด คือ"ข่าวสโมสร" ตามด้วย "สาระน่ารู้" และ "เพื่อนถึงเพื่อน" 3. กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็ก สามารถนำความรู้ที่ได้จากจดหมายข่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์กับตนเอง ความรู้ที่ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ ความรู้ด้านสุขภาพอนามัย และ ความรู้ทั่วไป 4. กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็กชอบอ่านจดหมายข่าว และต้องการอ่านเดือนละ 1 ฉบับ กลุ่มแรงงานเด็กจะรู้สึกเสียใจเมื่อไม่มีการทำจดหมายข่าว เพราะจดหมายข่าวทำให้รู้จักเพื่อนคนอื่น ๆ และรู้สึกเสียใจเพราะชอบอ่านเรื่องและภาพในจดหมายข่าว 5. กลุ่มแรงงานเด็กจะอ่านหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่จดหมายข่าวเดือนละ 1 ฉบับ หนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุด คือ การ์ตูน ประเภทของบทความที่ชอบอ่านคือ บทความบันเทิง ดารานักร้อง ภาพยนตร์ เพลง 

แสงรวี กิริยาพงศ์.(2534). การศึกษารูปแบบและเนื้อหาของจดหมายข่าวที่ใช้ในโครงการสโมสรแรงงานเด็ก.วิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต (นิเทศศาสตรพัฒนาการ).กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา :ผศ.พัชนี เชยจรรยา.

 

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารูปแบบเนื้อหาของจดหมายข่าวที่ใช้ในโครงการสโมสรแรงงานเด็ก เพื่อสำรวจความต้องการของกลุ่มแรงงานเด็กที่ได้รับจดหมายข่าว รวมถึงพฤติกรรมการรับสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไปของกลุ่มแรงงานเด็ก กลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกของสโมสรแรงงานเด็ก จำนวน 133คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม ประมวลผลด้วยสถิติร้อยละ อธิบายเชิงพรรณา 

 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. รูปแบบของจดหมายข่าวควรมีขนาดเท่าเดิม แต่ให้เพิ่มจำนวนหน้าและจำนวนภาพที่ใช้ประกอบควรเปลี่ยนสีพิมพ์ไปเรื่อย ๆ 

  2. บทความที่กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็กชอบอ่านมากที่สุด คือ"ข่าวสโมสร" ตามด้วย "สาระน่ารู้" และ "เพื่อนถึงเพื่อน" 

  3. กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็ก สามารถนำความรู้ที่ได้จากจดหมายข่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์กับตนเอง ความรู้ที่ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ ความรู้ด้านสุขภาพอนามัย และความรู้ทั่วไป 

  4. กลุ่มสมาชิกสโมสรแรงงานเด็กชอบอ่านจดหมายข่าว และต้องการอ่านเดือนละ 1 ฉบับกลุ่มแรงงานเด็กจะรู้สึกเสียใจเมื่อไม่มีการทำจดหมายข่าว เพราะจดหมายข่าวทำให้รู้จักเพื่อนคนอื่น ๆ และรู้สึกเสียใจเพราะชอบอ่านเรื่องและภาพในจดหมายข่าว 

  5. กลุ่มแรงงานเด็กจะอ่านหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่จดหมายข่าวเดือนละ 1 ฉบับ หนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุด คือ การ์ตูน ประเภทของบทความที่ชอบอ่านคือ บทความบันเทิง ดารานักร้อง ภาพยนตร์ เพลง