งานวิจัย : การศึกษาผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดย ใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์และแบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง
วันเพ็ญ เนียมสุข (2538) นิสิตปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ทำการวิจัยเรื่องการศึกษาผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดย ใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์และแบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดศีลขันธาราม อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ปีการศึกษา 2538 จำนวน 60 คน แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30 คน โดยให้กลุ่มทดลอง ที่ 1 ได้รับการฝึกการเขียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับการฝึกการเขียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและมีเจตคติต่อการเขียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนทั้งสองกลุ่มมีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและเจตคติต่อการเขียนสูงขึ้นเมื่อได้เรียนโดยใช้แบบฝึกทั้งสองแบบแล้ว
วันเพ็ญ เนียมสุข. (2538). การศึกษาผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4 ที่เรียนโดย ใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์และแบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. อาจารย์ที่ปรึกษา:รศ.ผุสดี กุฎอินทร์, รศ.จันตรี คุปตะวาทิน, รศ.ดร.บุญศรี พรหมมาพันธุ์.
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและเจตคติต่อการเขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์และแบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง และเพื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและ เจตคติต่อการเขียนก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้วิจัยดำเนินการสร้างแบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ แบบฝึกการเขียนที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง แผนการสอน พร้อมทั้งสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและแบบ วัดเจตคติต่อการเขียน
กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดศีลขันธาราม อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ปีการศึกษา 2538 จำนวน 60 คน แบ่งนักเรียน ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คนโดยวิธีจับฉลาก ให้กลุ่มทดลอง ที่ 1 ได้รับการฝึกการเขียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับการฝึกการเขียนโดยใช้แบบฝึกการเขียน ที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเขียน และแบบวัดเจตคติต่อการเขียน แล้ว นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ t-test
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกการเขียน เชิงสร้างสรรค์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนและมีเจตคติต่อการ เขียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกการเขียนที่ครูเป็น ผู้กำหนดเนื้อเรื่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนทั้งสองกลุ่มมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เขียนและเจตคติต่อการเขียนสูงขึ้นเมื่อได้เรียนโดยใช้แบบ ฝึกทั้งสองแบบแล้ว