งานวิจัย : การศึกษาความสามารถทางภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง จากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model) ร่วมกับการทำหนังสือขนาดให
สุภัสสราจตุโชคอุดม. (2553). นิสิตปริญญาโท สาขาการศึกษาพิเศษมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาความสามารถทางภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง จากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model) ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ (Big Book) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง มีระดับการได้ยินตั้งแต่ 26-89 เดซิเบล และไม่มีความพิการอื่นๆ แทรกซ้อน ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนกาญจนาภิเษกสมโภช ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 5 คน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 60 นาที รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่า1) ความสามารถด้านการอ่าน และการเขียนของกลุ่มตัวอย่างหลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ อยู่ในระดับดีมาก2) ความสามารถด้านการอ่าน และการเขียนของกลุ่มตัวอย่างหลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ สูงขึ้น
สุภัสสราจตุโชคอุดม. (2553).การศึกษาความสามารถทางภาษาด้านการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง จากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส(HEARTS Instructional Model) ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ (Big Book). ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (การศึกษาพิเศษ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ โพธิสาร.
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสามารถทางภาษาด้านการอ่านและการเขียน ของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง จากการใช้รูปแบบการเรียน การสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model) ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ (Big Book)
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง มีระดับการได้ยินตั้งแต่ 26-89 เดซิเบล ซึ่งได้รับการตรวจวัดการได้ยินจากนักโสตสัมผัสวิทยา มีใบรับรองความพิการ สามารถอ่านออกเสียงเป็นคำและอ่านริมฝีปากของครูได้ มีระดับสติปัญญาปกติ และไม่มีความพิการอื่นๆ แทรกซ้อน กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2552 โรงเรียนกาญจนาภิเษกสมโภช ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 5 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) พร้อมทั้งทำการประเมินความสามารถทางภาษาของกลุ่มตัวอย่างเป็นรายบุคคล เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan : IEP) และดำเนินการสอนเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 60 นาที รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ หนังสือนิทานที่มีคำศัพท์พื้นฐานระดับชั้นอนุบาล แบบประเมินความสามารถทางภาษาด้านการอ่าน และแบบประเมินความสามารถทางภาษาด้านการเขียนสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ สถิติทดสอบ The Sign Test for Median: One Sample และ The Wilcoxon Matched-Pairs Signed-Ranks Test
ผลการวิจัยพบว่า
- ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึงหลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model)ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ อยู่ในระดับดีมาก
-
ความสามารถด้านการเขียนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง หลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model)ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ อยู่ในระดับดีมาก
-
ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง หลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model)ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ สูงขึ้น
-
ความสามารถด้านการเขียนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับหูตึง หลังการสอนจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนฮาร์ทส (HEARTS Instructional Model)ร่วมกับการทำหนังสือขนาดใหญ่ สูงขึ้น