Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การศึกษาความต้องการและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานคร

รัชดา คงคาหลวง (2550) นิสิตปริญญาโท สาขาการศึกษานอกระบบโรงเรียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาความต้องการและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือจำนวน 323 คน ผลการวิจัยพบว่า 1)ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือมีความต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยในบ้านหนังสือของกรุงเทพมหานคร ในระดับมาก 2) ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่อายุต่างกัน ต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้านการมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผล ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัยด้านการจัดกิจกรรมและเนื้อหา การมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผล ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3) ได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานคร ดังนี้ ควรจัดให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต มีกิจกรรมเหมาะกับทุกวัย ให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิต มีบริการอินเทอร์เนต เพิ่มขนาดให้กว้างมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้เข้าถึงข้อมูลโดยการประชาสัมพันธ์ และได้ประเมินผลทุกครั้ง 

รัชดา คงคาหลวง. (2550).การศึกษาความต้องการและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การศึกษานอกระบบโรงเรียน). กรุงเทพฯ :บัณทิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา:อาจารย์ อาชัญญา รัตนอุบล

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1)ศึกษาความต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยในบ้านหนังสือของกรุงเทพมหานคร ด้านการจัดกิจกรรมและเนื้อหา ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการจัดการและสภาพแวดล้อม และด้านการประเมินผล 2) เปรียบเทียบความต้องการการกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนและกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจำแนกตามตัวแปรต่างๆ ดังนี้คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ระบบการศึกษา และเขตที่อาศัยอยู่ 3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยในบ้านหนังสือ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือจำนวน 323 คน ใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสถิติ t-test และวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนทางเดียว 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือมีความต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยในบ้านหนังสือของกรุงเทพมหานคร โดยในระดับมาก ([x-bar]=3.80, 3.78 ตามลำดับ) ทั้ง 5 ด้าน 

  2. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่อายุต่างกันต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้านการมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผล ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัยด้านการจัดกิจกรรมและเนื้อหา การมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผล ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 

  3. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่ระดับการศึกษาต่างกันต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้านการมีส่วนร่วม ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัยด้านการมีส่วนร่วมและการประเมินผลต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 

  4. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่อาชีพต่างกันต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้านการมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผล ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัย ด้านการจัดกิจกรรมและเนื้อหา การมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผลต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 

  5. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่ระบบการศึกษาต่างกันต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยด้านการจัดกิจกรรมและเนื้อหา การมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ การจัดการและสภาพแวดล้อมและการประเมินผลต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 

  6. ผู้ที่มาใช้บริการบ้านหนังสือที่เขตอาศัยอยู่ต่างกันต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษาตามอัธยาศัยด้านการมีส่วนร่วมต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 

  7. จากผลการวิจัยและการสัมภาษณ์กลุ่มผู้จัดกิจกรรมในบ้านหนังสือได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของบ้านหนังสือ กรุงเทพมหานครดังนี้ ควรจัดให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต มีกิจกรรมเหมาะกับทุกวัย ให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิต มีบริการอินเทอร์เนต เพิ่มขนาดให้กว้างมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้เข้าถึงข้อมูลโดยการประชาสัมพันธ์ และได้ประเมินผลทุกครั้ง