Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การตอบปัญหาเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนในฐานะที่เป็นเวทีสาธารณะ

กอบพงษ์ กุณฑียะ(2545) นิสิตปริญญาโท สาขาการสื่อสารมวลชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำวิจัยเรื่อง การตอบปัญหาเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนในฐานะที่เป็นเวทีสาธารณะ การวิจัยเรื่อง "การตอบปัญหาเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนในฐานะที่เป็นเวทีสาธารณะ" เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบลักษณะการนำเสนอเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนซึ่งประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ คือ รายการ "ชูรัก ชูรส"สื่อหนังสือพิมพ์ คือ คอลัมน์ "เสพสมอารมณ์หมาย" และคอลัมน์ "เสมสมบ่มิสม" และสื่ออินเทอร์เน็ต คือ เว็บไซต์ www.clinicrak.com เครื่องมือในการวิจัย คือการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหา และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ผลการศึกษาพบว่า สื่อโทรทัศน์มีรูปแบบการสื่อสารประกอบด้วยการสนทนาเรื่องเพศศึกษาเชิงวิชาการแพทย์ในลักษณะผสมผสานกับความบันเทิงในการให้ความรู้  สื่อหนังสือพิมพ์พบการสื่อสารผ่านตัวอักษรเท่านั้น โดยนำเรื่องเพศในเชิงวิชาการแพทย์มาเรียบเรียงเน้นการอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายมีความสั้นกระชับไม่ส่อไปในทางกระตุ้นเร้าอารมณ์ทางเพศ สื่ออินเทอร์เน็ต พบการสื่อสารเรื่องเพศศึกษาผ่านตัวอักษรเป็นหลักโดยนำเรื่องเพศในทางการแพทย์มาเรียบเรียงเป็นบทความโดยปรับเนื้อให้สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายมีลักษณะกึ่งความบันเทิง ได้อย่างหลากหลาย ส่วนภาพที่นำมาประกอบมีระดับความโจ่งแจ้งมากว่าสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ 

กอบพงษ์ กุณฑียะ. (2545).การตอบปัญหาเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนในฐานะที่เป็นเวทีสาธารณะ. วิทยานิพนธ์ น.ม. (การสื่อสารมวลชน). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาจารย์ที่ปรึกษา: ผศ.ดร.กิตติ กันภัย

การวิจัยเรื่อง "การตอบปัญหาเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนในฐานะที่เป็นเวทีสาธารณะ" เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบลักษณะการนำเสนอเรื่องเพศศึกษาของสื่อมวลชนซึ่งประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ คือ รายการ "ชูรัก ชูรส"สื่อหนังสือพิมพ์ คือ คอลัมน์ "เสพสมอารมณ์หมาย" และคอลัมน์ "เสมสมบ่มิสม" และสื่ออินเทอร์เน็ต คือ เว็บไซต์ www.clinicrak.com เครื่องมือในการวิจัย คือการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหา และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก

 

ผลการศึกษาพบว่า สื่อโทรทัศน์มีรูปแบบการสื่อสารประกอบด้วยการสนทนาเรื่องเพศศึกษาเชิงวิชาการแพทย์ในลักษณะผสมผสานกับความบันเทิงในการให้ความรู้ ตัวอักษรใช้สำหรับสื่อสารเรื่องเพศในประเด็นเนื้อหาที่ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียด ส่วนภาพประกอบที่นำเสนอมีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวโดยมีระดับความโจ่งแจ้งน้อยและเป็นภาพที่ใช้สำหรับการศึกษาในทางการแพทย์ นอกจากนี้ได้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อให้ผู้รับสารได้มีโอกาสเข้ามาสื่อสารแสดงความคิดเห็นและสื่อสารปัญหาทางเพศ โดยพบเพศที่เข้ามาสื่อสารเป็นชาย – หญิงรักต่างเพศและไม่พบเพศอื่น ๆ 

 

สื่อหนังสือพิมพ์พบการสื่อสารผ่านตัวอักษรเท่านั้น โดยนำเรื่องเพศในเชิงวิชาการแพทย์มาเรียบเรียงเน้นการอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายมีความสั้นกระชับไม่ส่อไปในทางกระตุ้นเร้าอารมณ์ทางเพศและพบว่าเวทีสาธารณะสำหรับการสื่อสารปัญหาทางเพศเท่านั้น โดยมีเพศเข้ามาสื่อสารอย่างหลากหลายมากกว่าสื่อโทรทัศน์ 

 

สื่ออินเทอร์เน็ตพบการสื่อสารเรื่องเพศศึกษาผ่านตัวอักษรเป็นหลักโดยนำเรื่องเพศในทางการแพทย์มาเรียบเรียงเป็นบทความโดยปรับเนื้อให้สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายมีลักษณะกึ่งความบันเทิง และยังสามารถสร้างสรรค์ตัวอักษรในเชิงศิลปะได้อย่างหลากหลาย ส่วนภาพที่นำมาประกอบมีระดับความโจ่งแจ้งมากว่าสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ 

 

จุดร่วมกันของสื่อทั้ง 3 ประกอบด้วยการให้ความรู้ที่มีลักษณะทางชีววิทยาในหัวเรื่องที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์มากที่สุดเหมือนกัน และนำปัญหาทางเพศที่ส่งมาจากผู้รับสารมาร่วมกำหนดประเด็นในการให้ความรู้เหมือนกันรวมถึงเพศที่เข้ามาสื่อสารปัญหาเป็นหญิงรักต่างเพศยังไม่มีครอบครัวมากที่สุดเหมือนกัน 

 

ในขณะที่จุดต่างของสื่อทั้ง 3 คือ การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาในประเด็นเดียวกัน สื่อทั้ง 3 มีระดับความสามารถในการให้รายละเอียดได้แตกต่างกัน นอกจากนี้ปัจจัยในการนำเสนอเรื่องเพศศึกษาของสื่อทั้ง 3 ประกอบด้วย ปัจจัยที่เป็นกลวิธีที่เอื้อต่อการนำเสนอเรื่องเพศศึกษาในเวทีสาธารณะประกอบด้วย ผู้ส่งสารเรื่องเพศศึกษา, ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเรื่องเพศศึกษา, การสร้างความน่าเชื่อถือและปัจจัยเรื่องคุณลักษณะของสื่อที่เอื้อต่อการให้ความรู้ที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยเวลา, พื้นที่, ความถี่ในการนำเสนอ, ลักษณะการเปิดใช้ และการเข้าถึงตัวสื่อ