เด็กเชียร์อ่าน
เด็กๆ และวัยรุ่นคงเคยผ่านหูผ่านตาเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมาแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่เห็นหรือเคยเป็น cheer-reader -เด็กเชียร์อ่าน
เมื่อเดือนตุลาคม 2552เด็กเชียร์อ่านหลายสิบคนมารวมตัวกันเป็นขบวนรณรงค์กันที่แสนจะครื้นเครง ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของเทศกาล “หนังสือเปลี่ยนชีวิต : อ่านหนังสือ เปิดความคิด ชีวิตเปลี่ยน”จัดโดยเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยมุ่งหวังให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้ กระตุ้นและตอกย้ำถึงประโยชน์ที่ได้จากการอ่านหนังสือซึ่งนอกจากจะทำให้ได้ความรู้แล้วหลายคนยังมีชีวิตที่เปลี่ยนไป (ในทางที่ดีขึ้น) เพราะการอ่านหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และรองประธานสภากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นประธานในการปล่อยขบวนรณรงค์ลงทุนใส่เอี๊ยมเด็กเชียร์อ่านสีม่วงสดใส สร้างความประทับใจให้กับเด็กเชียร์อ่านตัวจริงเป็นยิ่งนัก สมาชิกเครือข่ายฯ ต่างยินดีที่เห็นกทม.ให้ความสำคัญกับกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ผู้บริหารทั้งสองท่านยังสัญญาว่าจะช่วยส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งการอ่าน(WorldBook Capital) อีกด้วย
ขบวนเด็กเชียร์อ่านออกปฏิบัติการโดยเดินไปตามถนนดินสอ ถนนราชดำเนินกลางและเคลื่อนขบวนไปยังหน้าโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า เพื่อป่าวร้องเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯ หันมาอ่านหนังสือกันเยอะๆ แม้ระยะทางรณรงค์จะยาวไกลหลายกิโลเมตร แต่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เชียร์อ่านต่างสนุกสนานจนลืมเหนื่อย นั่นเพราะขบวนรณรงค์ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก
เหตุที่กทม.ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเชียร์อ่านนั้นเป็นเพราะมีการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.ที่ยังอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้นั้นมีอยู่ร้อยละ 1.8 ส่วนเด็กที่อ่านและเขียนไม่คล่องมีถึงร้อยละ 7 อีกทั้งจำนวนหนังสือที่เด็กๆ อ่านในแต่ละปีก็ยังนับว่าน้อยนัก กทม.จึงตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มสถิติการอ่านหนังสือของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.เป็น 10 เล่มต่อปีภายในเวลา 3 ปี โดยอาศัยกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านในทุกรูปแบบ
นอกจากเด็กเชียร์อ่านแล้ว ในเทศกาลหนังสือเปลี่ยนชีวิตฯ ยังมีกิจกรรมการ “ส่งไปรษณียบัตรเชียร์อ่าน”เพื่อชักชวนคนที่เรารักให้อ่านหนังสือด้วย โดยโครงการศูนย์ประสานงานเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กรับอาสาจัดส่งไปรษณียบัตรให้ฟรี
ไปรษณียบัตรสีสันสดใส ด้านหน้ามีข้อความ “เพราะการอ่านเป็นเรื่องสนุก จึงอยากให้ทุกคนอ่าน” ด้านหลังเว้นที่ให้ผู้ส่งเติมรายชื่อหนังสือเล่มโปรด ตามด้วยข้อความเชิญชวน “ลองอ่านดูสิ มันอ่านเปลี่ยนความคิดคุณได้นะ”
และลงท้ายให้เสร็จสรรพว่า “รักนะ จึงอยากให้อ่าน”
นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี หนึ่งในผู้ส่งไปรษณียบัตรเชียร์อ่าน เชียร์ให้อ่านหนังสือ พุทธธรรม ส่วนอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน เชียร์ให้อ่าน ลิ้นชักแห่งความทรงจำ ต้นส้มแสนรัก และ ดวงตากระต่าย
ทั้งเด็กเชียร์อ่านและไปรษณียบัตรเชียร์อ่าน นับว่าเป็นนวัตกรรมการส่งเสริมการอ่านล่าสุดที่ปรากฏตัวในกรุงเทพฯ วันนี้ผู้รับไปรษณียบัตรคงอ่านหนังสือจบกันไปหลายเล่ม ส่วนเด็กเชียร์อ่านนั้นสลายตัวกันไปชั่วคราว แต่พร้อมจะรวมตัวกันทันทีหากที่เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ขี้เกียจอ่านหนังสือ
ภาพจาก : http://wearehappy.in.th