Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

นักเขียนขายดีแห่งปี 2553

 

 
หนังสือนวนิยายแนวรักวัยรุ่นที่มียอดขายสุดร้อนแรง โดยอันดับ bestseller ของร้านหนังสือใหญ่ๆ เมืองไทย
 
 
ปี 2553 กำลังจะจากไปแล้ว โดยตลอดระยะเวลาหนึ่งปีมีปรากฏการณ์ในแวดวงวรรณกรรมเกิดขึ้นหลายอย่าง และสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองและเป็นภาพสะท้อนสังคมการอ่านหนังสือในบ้านเรา ก็คือ หนังสือนวนิยายแนวรักวัยรุ่นที่มียอดขายสุดร้อนแรงนั่นเอง  โดยอันดับ bestseller ของร้านหนังสือใหญ่ๆ เมืองไทย ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ จะต้องปรากฏผลงานของนักเขียนกลุ่มนี้ติดอันดับขายดีอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มนักเขียนจากสำนักพิมพ์แจ่มใสที่ชื่อ แสตมป์เบอรี่ ,เจ้าปลาน้อย ,TheLittleFinge,เจ้าหญิงผู้เลอโฉม และ ลูกชุบ  ซึ่งจุดประกายวรรณกรรมถือว่าเป็นนักเขียนขายดีที่สุดแห่งปี 2533
 
 
หลายคนสงสัยกันนักหนาว่าทำไมนิยายรักวัยรุ่นถึงขายดิบขายดีอย่างยาวนานเหลือเกิน เพราะก่อนหน้านี้บางคนมองว่าน่าจะเป็นแค่กระแสชั่ววูบแล้วก็จางหายไป หรือทำไมวัยรุ่นจำนวนมากถึงกลายเป็นแฟนคลับคอยติดตามอ่านผลงานของนักเขียนนั้นๆ ชนิดไม่ยอมให้พลาดแม้สักเรื่องเดียว หรือแม้กระทั่งวิธีการวางพล็อตเรื่องหรือหาข้อมูลมาเขียนก็น่าสนใจยิ่ง เพราะต้องยอมรับว่าหนังสือออกมาหน้าตาเหมือนกันแทบแยกไม่ออก มิหนำซ้ำแต่ละเดือนยังมีนิยายออกใหม่เป็นจำนวนมากอีกด้วย 
 
 
และด้วยเหตุที่มีกลุ่มวัยรุ่นนักอ่านให้การต้อนรับจำนวนมาก พร้อมกับยอดขายแต่ละเล่มมากมายนี่แหละ…จึงทำผู้ใหญ่หลายคนถึงขั้นออกอาการเป็นห่วงและปฏิเสธงานนิยายรักวัยรุ่นเหล่านี้อย่างรุนแรง แต่ถึงจะไม่โดนใจผู้ใหญ่แต่กลับโดนใจวัยละอ่อนกันทั่วบ้านทั่วเมือง และนี่เป็นปรากฏการณ์ในวงการหนังสือที่ลากยาวมาเกือบสิบปีทีเดียว และขณะนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่
 
 
ต่อไปนี้ลองมาฟังเสียงของนักเขียนรุ่นใหม่เหล่านี้ดูบ้างว่า….แนวความคิดและวิธีการทำงานเขียนของนักเขียนขวัญใจวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นอย่างไร  เพราะสิ่งที่พวกเขาบอกเล่าให้รับรู้ น่าจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุดว่า…ทำไมผลงานจึงขายดี?
 
0 พิไลมาศ ค้ำชู นามปากกา แสตมป์เบอรี่
 
อายุ 27 ปี จบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกภาษาไทย ผลงานล่าสุดคือ ‘Bad Boy Brothers แหกกฎรักทดสอบใจลูกชายมาเฟีย’
 
 “ถามว่าทำไมถึงขายดี คิดว่าเป็นเพราะสไตล์เขียนของตัวเองที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน สำนวนที่ใช้ค่อนข้างจะออกแนวจิกกัด เปรียบเทียบ ทำให้คนอ่านเห็นภาพชัดเจน และแอบมีมุกตลกแทรกตลอดเวลา เน้นฉากรักกุ๊กกิ๊กทะลึ่งทะเล้น และพล็อตเรื่องที่ค่อนข้างพลิกไปพลิกมา ทำให้เดาตอนจบเรื่องไม่ค่อยได้ เลยเป็นจุดสนใจที่อาจจะส่งผลให้นักอ่านหลายๆ คนยังคงติดตามงานของเราอยู่เรื่อยๆ ที่สำคัญคือจะพยายามผลักดันตัวเองให้เขียนนิยายออกมาให้ได้ปีละ 3-4 เรื่อง เพื่อที่จะได้มีการติดต่อกับนักอ่านอยู่ตลอดเวลาด้วย
 
วิธีสร้างนักอ่านหรือแฟนคลับ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีพูดคุยกับนักอ่านผ่านทางอีเมลและทวิตเตอร์ หรืออีกทางหนึ่งก็คือทางแจ่มใสจะมีเว็บบอร์ดส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนให้นักอ่านเข้ามาตั้งกระทู้คุยกันได้ เราก็จะต้องขยันเข้าไปตอบ เข้าไปคุยเพื่อรับฟังคำติชมของนักอ่านด้วยเหมือนกัน เพราะมีส่วนช่วยในการพัฒนาฝีมือของเราอีกทางหนึ่ง ตอนนี้ก็มีโครงการจะสร้างแฟนเพจในเฟซบุ๊คอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีเวลาเลย กลัวว่าถ้าทำไว้แล้วทิ้งไม่ไปดูแลก็จะโดนหาว่าหยิ่งบ้างอะไรบ้าง เลยอยากเคลียร์ตัวเองให้มีเวลามากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยลุยเต็มตัวหรือบางทีก็จะมีการแจกรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้กับนักอ่านเพื่อเป็นการตอบแทนที่สนับสนุนและติดตามผลงานของตัวเองมาตลอดด้วยค่ะ น้องๆ ก็จะชอบเข้ามาร่วมสนุกกัน ช่วยให้ได้รู้จักนักอ่านของเราเพิ่มขึ้นด้วย
 
ถ้าถามถึงวิธีการหาข้อมูล…Google เลยค่ะ เป็นคำตอบสุดท้าย (ฮา) แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดเชิงลึก ก็จะอาศัยถามคนใกล้ตัวหรือเพื่อนๆ ที่ถนัดในแต่ละด้านแทน ตรงนี้ก็ช่วยได้เยอะเลย เวลาเขียนต้องระวังเยอะมากเหมือนกันว่าพล็อตเรื่องจะไปซ้ำกับของคนอื่นหรือเรื่องอื่น แต่ส่วนใหญ่พล็อตที่คิดมักจะประหลาดๆ แปลก แหวกแนว ไม่ค่อยซ้ำกับใครอยู่แล้ว ออกจะบ้าๆ หลุดโลกนิดหน่อย  แต่ก็อาจจะมีบ้างบางฉากคลาสสิกที่จะต้องซ้ำๆ กัน เช่น ฉากเลิฟซีน ฉากทะเลาะ ฉากสารภาพรัก ฯลฯ ก็ต้องพยายามคิดเหตุการณ์ให้ฉีกแนวออกไป  
 
 
แต่จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้ตั้งใจจะลอกของคนอื่นมาโดยตรง มันก็ไม่น่าจะเหมือนกันเป๊ะทุกจุดหรอกค่ะ มันต้องมีจุดที่ต่างกันบ้างไม่มากก็น้อยแน่นอน ตรงนี้เลยไม่ค่อยกังวลสักเท่าไหร่ เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบลอกผลงานใครอยู่แล้ว มันไม่น่าภูมิใจค่ะ ดูน่าสงสารมากกว่านะ สำหรับคนที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วต้องไปลอกผลงานคนอื่นมาเนี่ย แรง! (ฮา)
 
 
เรื่องสำนวนการเขียนเนี่ย จะเน้นเอาใจวัยรุ่นคือใช้ศัพท์ใหม่ๆ เก๋ๆ ทันสมัย แต่คำนึงถึงตัวสะกดมากกว่า เน้นสะกดให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ก็พอแล้ว อย่างเช่น ถ้านางเอกพูดลากเสียงยาวๆ เราก็จะใช้ว่า ‘ทำมายยย’ เพื่อเน้นให้รู้ว่าพูดเสียงกวนๆ ล้อเลียน เป็นการลากเสียงให้ยาวขึ้น แต่จะไม่ใช้ตัวสะกดผิดๆ ที่ทำให้กลายเป็นภาษาวิบัติ อย่าง ‘ทำมัย’ หรือ ‘ทัมไม’ อะไรแบบนี้นะคะ งงมั้ยเอ่ย 555
 
วิธีจะเขียนนิยายให้ขายดีหรือให้โดนใจคนอ่าน เคล็ดลับของคือยึดตัวเองเป็นหลัก ก่อนอื่นเราต้องรู้สึกสนุกกับมันก่อน ตอนแต่งต้องถามตัวเองตลอดเวลาว่าต่อไปเหตุการณ์จะเป็นยังไง จะเกิดอะไรขึ้นดี ตัวเราก็ต้องอยากรู้ด้วย ไม่ใช่ว่าแต่งไปแต่งมาแล้วไม่อยากแต่งต่อ ไม่อยากรู้ตอนต่อไป คิดอะไรไม่ออก แบบนี้ก็เป็นสัญญาณไม่ดีแล้วว่าไม่สนุก 555 อีกอย่างเราต้องแทนตัวเองเป็นนักอ่านด้วยว่าถ้าเป็นเราอ่านเจอฉากแบบนี้จะชอบมั้ย จะดีมั้ย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเท่าที่สังเกต นักอ่านจะชอบอ่านนิยายที่เน้นฉากเลิฟซีน ฉากดราม่าของพระเอกนางเอก ฉากตลกๆ วุ่นวาย อะไรประมาณนี้ ก็จะเน้นเขียนในฉากแบบนั้นมากกว่าฉากที่ไม่เน้นอะไรเลย เช่น ฉากที่นางเอกคุยเล่นกับเพื่อน นางเอกคุยกับพ่อแม่ หรือการอธิบายฉากอะไรยืดยาวเกินไป แบบนั้นจะตัดทิ้งไปเลย เสียเวลา (ฮา)
 
 
ผู้ใหญ่หลายท่านมองว่านิยายรักวัยรุ่นไร้สาระ อ่านแล้วไม่ประเทืองปัญญา ถ้าในส่วนของตัวเองขอเถียงขาดใจเลย เพราะนิยายของเราทุกเรื่องจะมีเหตุและผลของการกระทำตลอด อย่างเช่นถ้ามีฉากการกระทำที่ไม่ดีของตัวละคร ก็จะแสดงให้เห็นว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง ควรทำตามหรือไม่ อะไรประมาณนี้ค่ะ เพราะเคยทราบมาว่าเพื่อนๆ ของคุณอาอ่านผลงานของเราด้วย (ฮา) ซึ่งส่วนใหญ่ท่านก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว และมีลูกๆ ที่ชอบอ่านผลงานของเราด้วย
 
 
ดังนั้นเลยจะค่อนข้างคำนึงถึงผลตอบรับในจุดนี้ด้วยว่า ถ้าเราชี้นำไปในทางที่ไม่ดีจะต้องโดนตำหนิแน่นอน เพราะฉะนั้นก็เลยจะพยายามสอดแทรกข้อคิดและคติเตือนใจแบบเนียนๆ ลงไปในนิยายทุกเรื่องเพื่อเป็นการป้องกันข้อครหาในจุดเหล่านี้ด้วย แต่อย่างน้อยถึงแม้นิยายวัยรุ่นเหล่านี้จะไม่ได้ให้ความรู้มากมายเหมือนในหนังสือเรียน หรือสารานุกรมต่างๆ แต่ก็ยังได้ให้ความบันเทิง และความรู้รอบตัว รวมถึงประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ กับผู้อ่านด้วยนะคะ คิดว่าให้น้องๆ ติดนิยายก็ยังดีกว่า ติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดผู้ชายแหละ..จริงมั้ยคะ
 
ในอนาคตยังไม่แน่ใจเลยค่ะว่าจะเปลี่ยนแนวไหม เพราะใจจริงตัวเองยังรักการเขียนแนวนี้อยู่มาก และไม่เคยมีความคิดจะเปลี่ยนแนวไปเขียนแบบอื่นเลย แต่ว่าด้วยช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้การเขียนต้องปรับขึ้นไปตามอายุด้วย แบบว่าถ้าอายุสามสิบสี่สิบแล้วจะให้มานั่งเขียนนิยายกรี๊ดกร๊าดบ้านแตกอยู่ก็คงไม่ได้อ่ะเนอะ แอบเครียดอยู่เหมือนกัน ก็คงต้องรอดูในอนาคตอีกทีนะคะว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่ายังไม่มีโครงการจะเปลี่ยนแนวค่ะ ยังคงมีจุดยืนชัดเจน
 
อยากจะขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามกันมาตลอด ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เลยนะ ดีใจมากๆ ที่ได้มายืนอยู่ในจุดนี้ ได้ทำงานที่ตัวเองรัก และได้เจอกับคนที่รักในผลงานของเรา แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแบบสุดๆ แล้วล่ะ และถ้าใครอยากจะติดต่อพูดคุยก็ส่งอีเมลมาได้เลยที่ sweetie_sugar7@hotmail.comหรือ follow twitter ได้ที่ www.twitter.com/stampberriez  นะคะ แล้วก็ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ๆ ที่กำลังจะออกเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ”
 
 
0 เพชรไพลิน รัตนนาม นามปากกา เจ้าปลาน้อย
 
อายุ 25 ปี ผลงานล่าสุดคือ ‘Royal High School เพราะเธอร้าย ฉันก็เลยรัก!’
 "อาจจะเพราะเป็นสำนวนภาษาที่ค่อนข้างจะเฉพาะตัวและก็ความพยายามที่จะแหวกแนวไปจากเล่มอื่นๆ ที่มีวางขายทั่วไปค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเน้นความสนุกของตัวเองเป็นหลักก่อน ถ้าเราแต่งแล้วรู้สึกว่าเรื่องนั้นสนุก นักอ่านก็จะรู้สึกสนุกและไว้วางใจที่จะติดตามผลงานของเราต่อไปเรื่อยๆ
 
 
การสร้างนักอ่านหรือแฟนคลับก็จะพยายามมีปฏิสัมพันธ์กับนักอ่านให้มากที่สุด พอเขาเชื่อว่าสามารถเข้าถึงเราได้ก็จะรู้สึกรักเราและอยากเป็นแฟนคลับของเราเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่เขาติดตามเราเลยจริงๆ ก็คือนิยายของเรา คิดว่าการที่จะมีนักอ่านหรือแฟนคลับของเราเกิดขึ้นมาได้เป็นเพราะผลงานที่ดีค่ะ
 
 
การหาข้อมูลเพื่อที่จะนำมาเขียนก็จะต้องดูก่อนว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ถ้าต้องใช้ข้อมูลมากๆ ก็จะเสิร์ชหาทางอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าเฉพาะเจาะจงจริงๆ จะเข้าไปค้นคว้ากับผู้รู้ในด้านนั้นๆ เลย แล้วนำมาเรียบเรียงความคิดแล้วเขียนขึ้นมา เวลาเขียนต้องระวังมากว่าพล็อตเรื่องจะไปซ้ำกับของคนอื่น เพราะแนวๆ วัยรุ่นแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความรัก ถ้าไม่รักสามเส้าก็จะเป็นแนวพ่อแง่แม่งอน เพื่อที่จะให้แตกต่างเราเลยต้องนำเสนอในมุมมองที่ผิดแผกแปลกออกไป เช่น ถึงแม้เราจะรักสามเส้า แต่เหตุจูงใจที่จะทำให้เกิดรักสามเส้าต้องมีมูลเหตุที่แปลกมากๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำค่ะ
 
 
เรื่องสำนวนภาษาต้องคำนึงถึงมากค่ะ กลัวว่าเราจะทำให้ภาษาไทยผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า แต่ในเมื่อแต่งแนววัยรุ่นเราก็ต้องใช้ภาษาที่ง่ายและเข้าถึงกลุ่มของเราด้วย ดังนั้นจึงต้องระวัง เพราะมันอาจจะมีอิทธิพลต่อการใช้ภาษาของนักอ่านได้ และเคล็ดลับการเขียนเฉพาะตัวคือต้องเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย ไม่เครียดมากจนเกินไป และผู้แต่งต้องรู้สึกสนุกก่อน เคล็ดของแต่ละคนน่าจะเป็นที่ภาษาที่เหมือนลายมือหรือลายเซ็นของนักเขียน เสน่ห์จะต่างกันออกไป
 
 
ผู้ใหญ่มองว่านิยายรักวัยรุ่นไร้สาระนั้น คิดว่าเป็นเพราะผู้ใหญ่ที่ว่าบางคนอาจจะยังไม่ได้ลองอ่านแนวนี้จริงๆ เพราะขึ้นชื่อว่าหนังสือแล้วให้คุณและประโยชน์ด้วยกันแทบจะทุกเล่ม อย่างเช่นแนววัยรุ่นซึ่งเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ง่าย จะเป็นการปูพื้นฐานให้น้องๆ นักอ่านที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือจะเริ่มรักการอ่านและพัฒนาไปอ่านเล่มอื่นๆ ในระดับที่ยากขึ้นไปอีกได้ อย่างปลาจะพยายามสอดแทรกอะไรลงไปให้คิดในนิยายเสมอ อันนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองมากกว่า
 
ในอนาคตคนเราแต่ละวันมันต้องมีการพัฒนาอยู่แล้ว คิดว่าสักวันถ้ามีความสามารถมากพอก็จะเปลี่ยนแนวไปเขียนที่จริงจังขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้ยังคงหลงรักในแนวนี้อยู่ เพราะมันเป็นความรักใสๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม และเราก็รู้สึกสนุกไปกับมันด้วย
 
 
อยากจะฝากให้นักอ่านทุกคนเปิดกว้างในการอ่านหนังสือ ไม่จำเป็นต้องอ่านนิยายแนววัยรุ่นก็ได้ ขั้นแรกอาจจะเริ่มจากนิทาน หนังสือการ์ตูน เพื่อก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านมากขึ้น เคยได้ยินว่าเด็กไทย อ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 6 บรรทัด ซึ่งจากที่ได้ไปงานหนังสือแล้วไม่จริงเลย มีเด็กจำนวนเยอะมากๆ ที่รักในการอ่าน และส่วนมากจะเริ่มอ่านจากแนวที่ง่ายๆ ก่อน ดังนั้นก็อยากจะขอฝากไปยังทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ว่าหนังสือทุกเล่มมีคุณประโยชน์ในตัวของมัน อ่านแล้วเริ่มทำความเข้าใจ แยกแยะว่าควรจะรับอันไหนมา และรู้จักว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี อย่างเช่นนิยายวัยรุ่นที่ตัวเองเขียน ในเล่มมีเรื่องของรักวัยใส แต่ก็มีตัวอย่างที่ไม่ดีเพื่อชี้แนะกับนักอ่านว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ อะไรทำนองนี้ค่ะ"
 
 
0 พราวนภา ภู่รัตนากรกุล นามปากกา TheLittleFinger
 
อายุ 27 ปี ผลงานล่าสุดคือ ‘Kiss Me, Mister O บุพเพร้ายไม่จำกัดรัก’
 “อาจเป็นเพราะเขียนงานในแนวนี้มานานพอสมควรแล้ว จึงมีนักอ่านหน้าเก่าที่เคยติดตามมาก่อนและมีนักอ่านใหม่ๆ ที่เริ่มต้นอ่าน อีกทั้งมีงานเขียนออกอย่างต่อเนื่องและพยายามรักษาคุณภาพของเนื้องานค่ะ และสื่อต่างๆ ในปัจจุบันก็มีผลต่อการสร้างนักอ่านให้เพิ่มมากขึ้น เช่น ทางเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์แจ่มใสเอง จะมีส่วนให้แสดงความคิดเห็นต่อหนังสือ ช่วยให้นักอ่านตัดสินใจในการเลือกซื้อนิยายได้ และมีส่วนของหน้านักเขียน-นักแปล ช่วยให้นักอ่านได้ใกล้ชิดกับนักเขียนมากขึ้นหรือซักถามในข้อสงสัย
 
 
รวมทั้งทางสำนักพิมพ์เองจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้นักอ่านได้ร่วมสนุกกับนักเขียนและสร้างความใกล้ชิด และในส่วนของเราเองก็จะมีเว็บไซต์ส่วนตัวเช่นพวก Social Network ที่ช่วยทำให้พูดคุยโต้ตอบรวมทั้งอัพเดทความเคลื่อนไหวของงานเขียนแก่นักอ่านได้รวดเร็ว หรือเว็บ dek-d.com ที่จะใช้อัพเดทข่าวสารและโพสต์ตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่ที่ใกล้จะออกให้นักอ่านได้ทดลองอ่านก่อน
 
 
ปกติแล้วการเขียนนิยายสักหนึ่งเรื่องจะต้องมีการวางพล็อตหลักก่อนเสมอ ซึ่งในพล็อตนั้นๆ หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลเท็จจริงที่ไม่รู้หรือรู้ดีไม่พอ ก็จะอาศัยค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเอาจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต เช่นค้นหาจาก Google ซึ่งมีส่วนช่วยมากในการสืบค้นข้อมูล
 
 
เวลาเขียนเรื่อง ‘พล็อตซ้ำ’ ความจริงเป็นปัญหาสำคัญที่นักเขียนควรระวังมากค่ะ เพราะปัจจุบันมีหนังสือนิยายออกมาเป็นจำนวนมาก วิธีเลี่ยงคือต้องอ่านนิยายหรือหมั่นสังเกตตามร้านหนังสือ (ตามคำโปรยที่ปกหลังหนังสือนั้นๆ ก็ได้) แต่หากพล็อตที่คิดได้มีความใกล้เคียงหรือมีส่วนที่คล้ายกับพล็อตของงานอื่น ก็จะสร้างความแตกต่างในเรื่องรายละเอียดของเนื้อเรื่อง บุคลิกของตัวละคร และการสื่อภาษา หรือในบางครั้งก็จะปรึกษาทางกองบรรณาธิการเกี่ยวกับพล็อตของนิยายก่อนลงมือแต่งจริง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ซ้ำและไม่จำเจ เนื่องจากทางกองบรรณาธิการจะมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องพล็อตกว้างขวางมากพอควรค่ะ
 
 
การใช้ภาษาเอาใจวัยรุ่นเป็นส่วนหนึ่งของการเขียนนิยายวัยรุ่น แต่โดยส่วนตัวจะพยายามไม่ใส่ถ้อยคำหยาบคายหรือภาษาวิบัติลงไป ด้านไวยากรณ์และการสะกดคำเช่นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษก็จะใช้คำที่สะกดถูกต้องตามหลักภาษาไทยเช่น คำว่า ชอปปิง ไม่ใช่ ชอปปิง เป็นต้น อีกทั้งทางสำนักพิมพ์จะมีฝ่ายปรู๊ฟช่วยตรวจสอบในเรื่องตัวสะกดและไวยากรณ์ให้อีกครั้งก่อนการตีพิมพ์ด้วยค่ะ
 
 
บางครั้งพล็อตอาจคิดขึ้นมาได้จากเพลงสักเพลงหนึ่งหรือสิ่งรอบตัวที่เราเห็นเอามาปรับแต่งพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดความจำเจและใส่ความแปลกใหม่ผสมลงไป ในส่วนของตัวละครก็ควรมีเอกลักษณ์ที่แน่นอนและมีส่วนช่วยให้เรื่องน่าติดตามขึ้น บางครั้งการที่ตัวละครในเรื่องเคยไปปรากฏในนิยายเรื่องอื่นๆ มาก่อนก็ช่วยทำให้ผู้อ่านที่คุ้นเคยตัวละครนั้นอยากติดตามมากขึ้นเช่นกัน
 
ความจริงนิยายวัยรุ่นมีหลากหลายรูปแบบ แม้จะเป็นเรื่องราวของความรักในวัยรุ่นก็ตาม แต่ในแต่ละเรื่องก็มักมีข้อคิดที่แฝงอยู่ภายในไม่มากก็น้อยไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตาม และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการอ่านนิยายรักวัยรุ่น นิทาน หรือบทความสารคดีใดๆ สิ่งที่เด็กเหล่านั้นจะได้รับก็คือ การฝึกทักษะทางการอ่าน การจับใจความ และส่งเสริมให้เด็กเป็นคนรักการอ่านหนังสือ ช่วยล้มล้างข้อมูลที่ว่าเด็กไทยอ่านหนังสือเพียงแปดบรรทัดต่อปีดังเช่นที่เคยได้ยินมา อีกทั้งยังเป็นวิธีช่วยลดความเครียดจากการเรียนที่ดีวิธีหนึ่งอีกด้วย
 
ในอนาคตอยากทดลองเขียนนิยายแนวอื่นเช่นกัน แต่คิดว่าหากได้เขียนนิยายแนวอื่นจริงก็คงยังไม่ทิ้งการเขียนนิยายรักวัยรุ่นใสๆ ที่ทำอยู่ตรงนี้ ตราบใดที่ยังมีนักอ่านที่น่ารักคอยติดตามอยู่ ขอบคุณที่ติดตามผลงานกันเรื่อยมาค่ะ จะพยายามพัฒนางานเขียนให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับคนไม่เคยอ่านหรือผู้ปกครองที่คิดว่าการอ่านนิยายรักวัยรุ่นเป็นสิ่งไร้สาระก็อยากให้ลองมองมุมใหม่อีกนิดว่านิยายเหล่านี้มีส่วนดีในด้านการส่งเสริมให้เป็นคนรักการอ่าน และช่วยคลายเครียดจากการเรียนได้ด้วย”
 
 
0 กานตริน ลีละหุต นามปากกา เจ้าหญิงผู้เลอโฉม
 
อายุ 18 ปี กำลังศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลงานล่าสุด ‘Cutie Beast ขีดเขียนหัวใจให้รู้ว่ารักนาย… เจ้าชายกระต่ายป่า’
 
“คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเสน่ห์ของงานเขียนเหล่านั้นที่ทำให้นักอ่านติดอกติดใจกันเหนียวแน่นขนาดนี้ อย่างสำนักพิมพ์แจ่มใสก็จะมีความเป็นสำนักพิมพ์แจ่มใสติดแน่นอยู่ในใจของนักอ่านทุกคน ทั้งปกที่สวยงาม รูปเล่มน่าอ่าน กระดาษและหมึกถนอมสายตาและดีต่อสุขภาพ ชื่อของนักเขียนที่ติดหูติดตานักอ่านมายาวนาน อยู่คู่กับสำนักพิมพ์แจ่มใสมานานจนมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น กับแนวเรื่องและพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ บนแผงก็น่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งค่ะ เพราะสำนักพิมพ์ของเราใหญ่ มีนักเขียนหลายคนและหลายแนวหลายสไตล์ให้นักอ่านได้เลือกสรรอ่านกันตามความชอบ เราจึงต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาเพื่อให้ผลงานของเราได้มาตรฐานและสนุกที่สุดโดยไม่ลืมคงความเป็นตัวเองและความสดใหม่ของผลงานด้วย
 
สมัยนี้เพราะเทคโนโลยีแพร่หลายก็มีทั้ง E-mail MSN Twitter Facebook และ dek-d.com ที่ใช้ในการติดต่อพูดคุยทักทายกับนักอ่าน ถ้านักอ่านมีคำถามหรือมีอะไรสงสัยก็สามารถมาโพสต์ถามหรือเมล์มาถามได้ ก็จะตอบทุกคน เพิ่มความสนิทสนมแล้วก็ทำความรู้จักกันได้ง่ายขึ้น ถ้าใครอยากจะติดต่อมาก็มา follow : twitter.com/kantarin_l หรือ facebook.com/kantarin ได้  อีกทางเลือกหนึ่งคือ my.dek-d.com/bloodgirl นอกจากสื่อไซเบอร์แล้วก็มีงานอีเวนท์หรืองานหนังสือที่จะมีงานแจกลายเซ็นเราก็จะได้พบปะพูดคุยกับนักอ่าน ก็ใช้ช่วงเวลานั้นแนะนำตัวแล้วก็ฝากฝังผลงานกับนักอ่านด้วย
 
วิธีการหาข้อมูลก็มีทั้ง Search จาก google หรือถามจากผู้รู้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นข้อมูลในด้านไหน ซึ่งเขียนนิยายต้องใช้ข้อมูลแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยจุดย่อยหรือจะเป็นเรื่องใหญ่จุดสำคัญมากๆ ของเรื่อง เพื่อความสมจริงและเพื่อความสนุกสนานน่าอ่านของนิยาย เราจึงต้องมีข้อมูลแน่นๆ ในเรื่องที่เราจะเขียนด้วย
 
 
เรื่องพล็อตเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน พล็อตบนโลกก็มีไม่เยอะมีโอกาสซ้ำกันได้สูงอยู่แล้วทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ การเป็นคนอ่านหนังสือเยอะก็ช่วยได้ เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเรื่องแนวไหนพล็อตแบบไหนเคยมีคนเขียนไปแล้วบ้าง จะได้พยายามเลี่ยงไม่ไปซ้ำกับเขา แล้วก็ต้องพยายามคิดหาพล็อตใหม่ๆ แหวกแนวที่เป็นเอกลักษณ์ของเราไม่ซ้ำใครมาเขียนด้วย เพื่อความแปลกใหม่นักอ่านจะได้ไม่เบื่อ เพราะอย่างที่บอกว่ามีนิยายแนวนี้ออกมาจำนวนมาก เราก็ต้องหาอะไรใหม่ๆ ไปเสนอให้นักอ่านไม่อย่างนั้นก็จะมีแต่อะไรที่เหมือนๆ กันไปหมด คนอ่านก็จะเบื่อกัน
 
 
เรื่องหลักภาษาไทยเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก ไม่เกี่ยวว่าเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของนักเขียนที่จะต้องอนุรักษ์ภาษาไทยในฐานะที่เป็นคนไทย และที่สำคัญหนังสือของแจ่มใสเน้นทาร์เก็ตที่เด็กวัยรุ่นวัยเรียน ถ้าเราใช้ภาษาไทยไม่ถูกก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนและอาจทำให้เยาวชนจำตัวอย่างที่ผิดๆ แล้วเอาไปใช้ กลายเป็นผลเสียร้ายแรงต่อมรดกและวัฒนธรรมล้ำค่าของไทยอย่างภาษาประจำชาติได้
 
 
เคล็ดลับการเขียนนิยายให้ขายดีหรือให้โดนใจนักอ่านคือจะเน้นความเป็นตัวเองและพัฒนาสไตล์ของตัวเองให้โดดเด่นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ส่วนตัวชอบอ่านนิยายแนวสืบสวนฆาตกรรมซึ่งเด่นทางด้านความตื่นเต้นลุ้นระทึก ทิ้งทวนให้ชวนขบคิดและค้นหาต่อไปว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อไป มีการใช้ลูกเล่นพลิกแพลงและการหักมุมตลอดเวลา ทำให้คนอ่านเกิดความตื่นเต้น จะจำเทคนิคตรงนั้นมาประยุกต์ใช้กับนิยายรัก ปรับให้ซอฟต์ลงเข้ากับตัวเรื่อง แล้วก็วางพล็อตให้มีปม มีหักมุม มีอะไรให้ติดตามค่ะ แล้วก็ส่วนตัวชอบเล่นกับความสัมพันธ์ของตัวละครที่เกี่ยวพันและซับซ้อน แบบแก้ยากๆ จะได้มีอะไรให้ลุ้นตลอดเรื่อง เราจะได้มีอะไรให้เล่นกับตัวละครได้ตลอด ได้ร่วมลุ้นร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กับตัวละครของเราเองด้วย รวมถึงเติมอารมณ์ดราม่าเข้าไปจะได้บีบอารมณ์นักอ่านให้ต้องอ่านต่อจนจบ
 
ผู้ใหญ่หลายท่านมองว่านิยายรักวัยรุ่นอ่านแล้วไม่ประเทืองปัญญา ถ้ามองว่าไร้สาระมันก็ไร้สาระ เพราะมันเป็นหนังสือเพื่อความบันเทิงไม่ใช่เพื่อการศึกษา แต่ขึ้นชื่อว่าหนังสือมันก็ต้องให้อะไรกับนักอ่านอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าก่อนเขียนและระหว่างเขียนต้องหาข้อมูลมากมายเพื่อสอดแทรกและเติมเต็มนิยายของเราให้สมบูรณ์ ก็จะมีเคล็ดลับและเกล็ดวิชาความรู้แม้ไม่ใช่โดยตรงก็เป็นทางอ้อมให้ผู้อ่านบ้าง มีทั้งข้อคิดในการใช้ชีวิตและความสนุกสนานทำให้นักอ่านได้ยิ้ม ได้หัวเราะ หรือแม้กระทั่งร้องไห้ให้กับเรื่องราวในหนังสือ ทั้งหมดคือเป้าหมายของนักเขียนที่จะเขียนนิยายขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง
 
นิยายแต่ละเรื่องอาจจะมีส่วนมาจากชีวิตจริง อาจจะตรงใจใครบางคน อาจจะเป็นกำลังใจให้ใครบางคน หรืออาจจะสร้างเสียงหัวเราะให้คนที่กำลังเครียด อายคิดว่าเหล่านี้ต่างหากคือจุดประสงค์ของนิยายรัก เราอยากให้คนอ่านนิยายเรามีความสุข ถ้าเขาอ่านแล้วชอบแล้วมีรอยยิ้มก็พอแล้วค่ะ เชื่อว่าแค่นั้นก็ถือว่านักอ่านได้ ‘อะไร’ กลับไปจากการอ่านนิยายของเราแล้ว
 
 
ตอนนี้อายุ 18 หลังจากเขียนนิยายกับสำนักพิมพ์แจ่มใสมากว่า 6 ปี ตั้งแต่อายุ 12 ก็คิดว่าคงจะยังจับแนวนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะเรายังมีพลังที่จะทำ มีพลังที่จะสร้างสรรค์ และยังอยู่ในวัยที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอยู่  จินตนาการของเรายังหวานแหว๋วอยู่เลยเพราะรอบตัวก็มีแต่วัยรุ่นวัยเรียนทั้งนั้น เป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้เขียนนิยายรักวัยรุ่นออกมาได้อีกมากมาย และยังรู้สึกสนุกกับตรงนี้อยู่เสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน จากที่มองไปในอนาคตข้างหน้าอย่างน้อยห้าปีหรือสิบปี ก็ยังอยากจะเขียนแนวนี้อยู่ดี
 
 
นักเขียนไม่ว่าจะเก่งกาจหรือมีฝีมือดีแค่ไหนก็ไร้ความหมาย ถ้าผลงานของเขาไม่มีคนอ่าน เพราะฉะนั้นถ้าหากเราไม่มีนักอ่านของเราที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นหรือเพิ่งเข้ามาติดตามกัน ก็คงไม่มี ‘เจ้าหญิงผู้เลอโฉม’ ในวันนี้อย่างแน่นอน คงไม่มีนิยายที่นักอ่านผู้น่ารักถือกันอยู่ในวันนี้ และตัวละครอีกหลายตัวของเจ้าหญิงฯก็คงจะไม่ได้เกิดออกมาบนโลกนี้
 
เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เสมอมา ทุกกำลังใจและทุกคอมเมนท์จากนักอ่านมีค่ามากเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำติที่ช่วยให้ผลงานพัฒนาขึ้นไปอีก ขอบคุณทุกคนที่เลือกอ่านนิยายของเจ้าหญิงผู้เลอโฉม หวังว่าจะชอบและดีใจที่ชอบ…ขอบคุณทุกคนจริงๆ ค่ะ”
 
 
0 ชลธิชา บุญรัตนพิทักษ์ นามปากกา ลูกชุบ
 
อายุ 21 ปี ปัจจุบันศึกษา Raffles International College สาขา Fashion Marketing ผลงานล่าสุดคือ ‘Lucifer’s Darling ใช่เธอแน่ นี่แหละผู้หญิงของผม!’
 
 “คงเพราะว่าเรามีจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจนนะ แล้วก็ความไม่หยุดนิ่งที่จะพยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปเรื่อยๆ จะมาจบแนวเดียวได้ยังไงล่ะ (หัวเราะ) อีกอย่างวิธีสร้างนักอ่านหรือแฟนคลับ คิดว่ามันคงไม่มีวิธีสร้างแฟนคลับหรือนักอ่านไหนดีไปกว่าการเขียนผลงานออกมาดีๆ และแฟนคลับหรือคนอ่านที่ชอบอ่านแนวเราก็คงจะตามมาเอง ส่วนใหญ่จะหาข้อมูลจากหนังสือ จากอินเทอร์เน็ต แล้วก็จากคนรอบข้าง
 
 วิธีเลี่ยงไม่ให้ซ้ำ เรื่องนี้จริงๆ คงจะระวังกันยาก เพราะหนังสือออกใหม่จำนวนเยอะมาก ให้อ่านของทุกคนคงไม่ไหว ก็ต้องฝากทางกองบรรณาธิการให้ช่วยดูแลด้วย ส่วนเรื่องภาษาการเขียนส่วนมากโฟกัสหลักภาษาไทยแน่นอน แต่คำบางคำเพื่ออรรถรสของเรื่องก็ต้องมีการใช้คำสแลงกันบ้าง
 
การเขียนอะไรที่แตกต่างคงช่วยทำให้ผลงานโดดเด่นออกมาได้บ้าง เหมือนกับในขณะที่ทุกคนเลือกใส่สีขาวเราก็จะใส่สีดำอะไรแบบนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับทิศทางความแตกต่างด้วยนะคะ การรักษาคุณภาพก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ควรคำนึงถึงด้วย
 
ผู้ใหญ่มองว่านิยายรักวัยรุ่นเป็นเรื่องไร้สาระนั้น ชุบไม่เชื่อว่าจะมีอะไรที่สมบูรณ์แบบไปหมด หรือไร้สาระไปหมดเสียทีเดียว บางทีคุณค่าของการอ่านของแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน บางคนชอบอ่านเพื่อเอาสาระ เอาความรู้ แต่บางคนชอบอ่านอะไรเพื่อเอนเทอร์เทนตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นคิดว่าคงไม่สามารถเอาบรรทัดฐานส่วนตัวของใครมาตัดสินใครได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่วิจารณญาณของน้องๆ นักอ่านด้วยค่ะว่าจะเลือกรับสิ่งที่ดีหรือสิ่งไม่ดีไปจากนิยาย เพราะเดี๋ยวนี้รูปแบบการนำเสนอผลงานมีหลายรูปแบบ ผู้ปกครองควรเอาใจใส่แต่ไม่ปิดกั้นน้องๆ เพราะการอ่านเป็นสิ่งดีที่ช่วยเปิดโลกกว้างให้คนอ่านได้
 
การเปลี่ยนแนวไปเขียนนิยายหรือวรรณกรรมผู้ใหญ่เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ คงต้องรอดูกันไปก่อน แต่ตอนนี้ยังสนุกกับการเขียนนิยายแนวนี้อยู่ ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
 
 …………………..
 
ในวงการหนังสือ มักมีคนพูดว่า "หนังสือดี"กับ"หนังสือขายดี"นั้น มีความหมายที่แตกต่างกัน….ถูกต้องทีเดียว…เพราะเป็นการมองคนละมุม โดยคำว่าหนังสือดีนั้น ส่วนมากแล้วจะมองไปที่คุณค่าของเนื้อหาสาระในหนังสือเล่มนั้นๆ….ส่วนหนังสือขายดี จะมองที่ยอดจำนวนการขาย ซึ่งอาจจะเป็นหนังสือดี หรือไม่ดีก็ได้  และไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตามในโลกนี้…คนอ่านนั่นแหละจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดได้ดีที่สุดว่า..มันคือหนังสือดี หรือว่าไม่ดี!
 
แต่สำหรับหนังสือขายดีในรอบ ปี 2553 แล้ว…แน่นอนที่สุด คือ ผลงานของนักเขียน