มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : ประสิทธิภาพของชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความ เข้าใจ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

พลรบ พรายรักษา. (2552). นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ศึกษาประสิทธิภาพของชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ (อ 32101) โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 คน ทำการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นเวลา 7 สัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง  ผลวิจัยสรุปว่า ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจมีประสิทธิภาพสูง โดยสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (80/80) และมีประสิทธิภาพในการพัฒนาความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี ให้สูงขึ้นได้

พลรบ พรายรักษา. (2552). ประสิทธิภาพของชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี. สารนิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์: อาจารย์ ดร. วไลพร ฉายา.

งานวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ (อ 32101) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) มีห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม โดยจับสลากมา 1 ห้องเรียน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 15 ห้องเรียน แบบแผนการวิจัยแบบที่ใช้เป็นแบบกลุ่มเดี่ยวสอบก่อนและหลัง (One Group Pretest – Posttest Design)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และแบบทดสอบวัดความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยทำการทดสอบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนการทดลองสอน ทำการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นเวลา 7 สัปดาห์ รวมทั้งสิ้น14 ชั่วโมง จากนั้นทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของชุดพัฒนาทักษะการอ่าน ดังกล่าว และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t-test แบบ Dependent t-test

ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้

  1. ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มีประสิทธิภาพ 83.16/80.10
  2. หลังการทดลอง ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 สรุปว่า ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจมีประสิทธิภาพสูง โดยสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (80/80) และมีประสิทธิภาพในการพัฒนาความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี ให้สูงขึ้น กล่าวคือ นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้คือครูสอนอ่านควรพัฒนาชุดแบบฝึกการอ่านภาษาอังกฤษเสริมในทักษะการอ่านอื่น ๆ ที่ทีความสำคัญต่อการอ่านเพื่อความเข้าใจ ในระดับชั้นอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง