มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การใช้กิจกรรมประกอบจังหวะเพื่อพัฒนาความรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

พรรณนที  โชติพงศ์ (2552)  นิสิตปริญญาโท  สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ได้ทำวิจัยเรื่องการใช้กิจกรรมประกอบจังหวะเพื่อพัฒนาความรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนวัดปากบ่อ  กรุงเทพมหานคร  จำนวน 1 ห้องเรียน  ดำเนินการทดลองโดยใช้กิจกรรมประกอบจังหวะเป็นกิจกรรมหลักในบทเรียน จำนวน 12 แผน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ คาบละ 50 นาที รวม 24 คาบ ผลการวิจัยพบว่า  1. การใช้กิจกรรมประกอบจังหวะทำให้นักเรียนมีความรู้ด้านคำศัพท์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  2. นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังจบการทดลองเมื่อเวลาสิ้นสุดแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ กับ 4 สัปดาห์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมประกอบจังหวะมีความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง

พรรณนที  โชติพงศ์.  (2552).  การใช้กิจกรรมประกอบจังหวะเพื่อพัฒนาความรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.  ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ).  กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.  คณะกรรมการควบคุม :  อาจารย์.ดร.อรพรรณ  วีระวงศ์, อาจารย์ ดร.แสงจันทร์  เหมเชื้อ.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมประกอบจังหวะที่มีต่อความรู้ด้านคำศัพท์  ความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์  และศึกษาความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมประกอบจังหวะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนวัดปากบ่อ  กรุงเทพมหานคร  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2551 จำนวน 1 ห้องเรียน 40 คาบ  ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple  Random  Sampling)  ดำเนินการทดลอง 12 สัปดาห์  สัปดาห์ละ 2 คาบ  คาบละ 50 นาที  รวม 24 คาบ  ไม่นับรวมคาบที่ใช้ในการทดสอบ

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  แผนการสอนโดยใช้กิจกรรมประกอบจังหวะเป็นกิจกรรมหลักในบทเรียน  จำนวน 12 แผน  แบบทดสอบวัดความสามารถในด้านความรู้คำศัพท์และความคงทนในการเรียนรู้  แบบสัมภาษณ์  และสอบถามความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ค่าเฉลี่ย (Mean)  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard  Deviation) และ t-test  for dependent 

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. การใช้กิจกรรมประกอบจังหวะทำให้นักเรียนมีความรู้ด้านคำศัพท์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  2. นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังจบการทดลองเมื่อเวลาสิ้นสุดแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ กับ 4 สัปดาห์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมประกอบจังหวะมีความพึงพอใจในการเรียนภาษาอังกฤษสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง