มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่าน ภาษาอังกฤษและความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ

ปิยธิดา บัวประเสริฐยิ่ง. (2550).นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาเรื่องการใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ โดยเปรียบเทียบผู้เรียนก่อนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 คน ที่เรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการสอนที่ใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพ จำนวน 9 แผน ผลการวิจัยพบว่า 1. ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการทดลองเพิ่มขึ้นและผ่านเกณฑ์ที่กำหนดคือ ร้อยละ 50 2. ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนหลังการทดลองเพิ่มขึ้น

ปิยธิดา บัวประเสริฐยิ่ง. (2550).การใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ. วิทยานิพนธ์ (การสอนภาษาอังกฤษ) เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. คณะกรรมการ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารุณี มณีกุล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วนิดา เพ็ญกิ่งกาญจน์ กรรมการ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและ ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนก่อนและหลังเรียนโดยการใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/8 จำนวน 15 คน ที่เรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการสอนที่ใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพ จำนวน 9 แผน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและแบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังจากได้รับการสอนโดยใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพเพิ่มขึ้นและผ่านเกณฑ์ที่กำหนดคือ ร้อยละ 50
  2. ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนหลังจากที่ได้รับการสอนโดยใช้กลวิธีการคิดเชิงมโนภาพเพิ่มขึ้นและร้อยละ 26.66  ของนักเรียนมีความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 40 อยู่ในระดับดีและร้อยละ 33.33 อยู่ในระดับพอใช้