Happy Reading โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

งานวิจัย : การอ่านสิ่งพิมพ์และการเข้าร่วมกิจกรรมห้องสมุดเพื่อเสริมสร้าง ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ชุลีลักษณ์ พงษาปาน (2535) นิสิตปริญญาโท  สาขาบรรณารักษศาสตร์ ได้ทำการวิจัยเรื่อง  การอ่านสิ่งพิมพ์และการเข้าร่วมกิจกรรมห้องสมุดเพื่อเสริมสร้าง ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ต่ำ จำนวน 30 คน แบ่งเป็น กลุ่มทดลองที่ 1 อ่านหนังสือเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์ และเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา  และกลุ่มทดลอง 2 อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี ผลการวิจัย พบว่า หลังการทดลอง ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติม และบทความทางวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา และของนักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความ ทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรีมีความสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่นักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมกิจกรรมตอบปัญหามีความสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่ได้ อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ชุลีลักษณ์ พงษาปาน. (2535). การอ่านสิ่งพิมพ์และการเข้าร่วมกิจกรรมห้องสมุดเพื่อเสริมสร้าง ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.(บรรณารักษศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

 

ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ที่ได้อ่านหนังสือ เพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมกิจกรรม แข่งขันตอบปัญหา และนักเรียนที่ได้อ่านหนังสือเพิ่มเติมและ บทความทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2535 โรงเรียนศรีอยุธยา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ต่ำ จำนวน 30 คน แบ่งเป็น กลุ่มทดลองที่ 1 อ่านหนังสือเพิ่มเติมและบท่ความทางวิทยาศาสตร์ และเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา กลุ่มทดลอง 2 อ่านหนังสือ อ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี เครื่องมือ ที่ใช้เป็นแบบสอบถามความสนใจทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 21 ชื่อเรื่อง และบทความทางวิทยาศาสตร์จำนวน 21 บทความ คำถามจากหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์ ที่ใช้กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา และแบบบันทึกการอ่าน ใช้เวลา ในการทดลอง 8 สัปดาห์ สถิติคือ t-test 

 

ผลการวิจัย พบว่า หลังการทดลอง ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติม และบทความทางวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหา และของนักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความ ทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรีมีความสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่นักเรียนที่ได้อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมกิจกรรมตอบปัญหามีความสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่ได้ อ่านหนังสืออ่านเพิ่มเติมและบทความทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01