มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านอ่าน และความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

นิลุบล  เลิศวิบูลย์ชัย (2549)  นิสิตปริญญาโท  สาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางการศึกษา  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ได้ทำการวิจัยเรื่องการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านอ่านและความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  โดยกลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 437 คน  ผลการวิจัยพบว่า ความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครอง  มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านการอ่าน  ค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ .879  และความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครอง  มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษ  โดยค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ .561

นิลุบล  เลิศวิบูลย์ชัย. (2549).  การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านอ่าน  และความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร.  ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การวิจัยและสถิติทางการศึกษา).  กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.  คณะกรรมการควบคุม : รองศาสตราจารย์นิภา  ศรีไพโรจน์, รองศาสตราจารย์ ดร.บุญเชิด  ภิญโญอนันตพงษ์.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างปัจจัยบางประการกับความสามารถด้านการอ่าน  และความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษ  และศึกษาว่าค่าสัมประสิทธิ์โครงสร้างปัจจัยบางประการตัวใดบ้างที่ส่งผลซึ่งกันและกันต่อความสามารถด้านการอ่านและความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษ  กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2548  จำนวน 437 คน  ซึ่งเลือกมาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  แบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสามารถด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษ  และแบบสอบถามวัดความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครอง

ผลการวิจัย  สรุปได้ดังนี้

  1. ค่าสหสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างชุดตัวแปรอิสระด้านความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครอง  กับชุดตัวแปรตามความสามารถด้านการอ่านและความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษมีค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ .879 และ .561 ตามลำดับ  ซึ่งสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งสองฟังก์ชัน
  2. ค่าสัมประสิทธิ์โครงสร้างระหว่างชุดตัวแปรอิสระกับชุดตัวแปรตาม  ความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษและความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษทั้งสองฟังก์ชั่น  พบว่า  ในฟังก์ชั่นที่หนึ่ง  ความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครองมีน้ำหนักความสำคัญในการส่งผลตัวแปรคาโนนิคอล (U1)  และความสามารถด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษมีน้ำหนักความสำคัญในการส่งผลตัวแปรคาโนนิคอล (V1) และเมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์โครงสร้างยกกำลังสอง  พบว่า  ตัวแปรคาโนนิคอล (U1) อธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครองได้ร้อยละ 81.7, 57.6, 63.8 และ 70.8 ตามลำดับ  ในขณะที่ตัวแปรคาโนนิคอล (V1) อธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความสามารถด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษได้ร้อยละ 62.8 และ 97.4 ตามลำดับ  ในส่วนฟังก์ชันที่ 2  พบว่า  ความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครอง  มีน้ำหนักความสำคัญในการส่งผลต่อตัวแปรคาโนนิคอล (U2) และความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษ มีน้ำหนักความสำคัญในการส่งผลตัวแปรคาโนนิคอล (V2)  เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์โครงสร้างยกกำลังสอง  พบว่า  ตัวแปรคาโนนิคอล (U2) อธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษ  นิสัยรักการอ่าน  และการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษของผู้ปกครองได้ร้อยละ 16.6, 16.9 และ 17.9 ตามลำดับ  ในขณะที่ตัวแปรคาโนนิคอล (V2) อธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษได้ร้อยละ 37