งานวิจัย : การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2.
ฐิติพร มะเดื่อชุมพร (2550) นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน ของโรงเรียนในตำบลโนนเมืองพัฒนา อำเภอด่านขุนพล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นครราชสีมา เขต 5 แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 1 ห้องเรียน หรือ 27 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดประสบการณ์เพื่อตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 91.36/ 89.44 2. ดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของแผนการจัดประสบการณ์เพื่อตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 เท่ากับ 0.6095 แสดงว่านักเรียนมีความพร้อมด้านการอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.95 3. กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีความพร้อมด้านการอ่านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 4. นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ในระดับมาก
ฐิติพร มะเดื่อชุมพร. (2550). การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนีย์ นาคุณทรง.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2548 ของโรงเรียนในตำบลโนนเมืองพัฒนา อำเภอด่านขุนพล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นครราชสีมา เขต 5 ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ดังนี้ กลุ่มทดลอง ได้แก่ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโนนเมือง จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 27 คน กลุ่มควบคุม ได้แก่ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านคลองแข จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 28 คน ซึ่งกลุ่มทดลองเรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง กลุ่มควบคุมเรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์แบบปกติ ใช้เวลาทดลอง 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที รวมทดลองทั้งสิ้น 10 ครั้ง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดประสบการณ์เตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง แผนการจัดประสบการณ์แบบปกติ แบบทดสอบความพร้อมด้านการอ่านและแบบวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาประสิทธิภาพค่าดัชนีประสิทธิผลทดสอบความแตกต่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย t-test และ One – Way ANCOVA
ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
- ประสิทธิภาพของแผนการจัดประสบการณ์เพื่อตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 91.36/ 89.44
- ดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 เท่ากับ 0.6095 แสดงว่านักเรียนมีความพร้อมด้านการอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.95
- นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์เพื่อตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจองและนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์แบบปกติมมีความพร้อมด้านการอ่านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
- มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง อยู่ในระดับมาก
โดยสรุป การพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เพื่อตรียมความพร้อมด้านการอ่านโดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง ชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำไปพัฒนาด้านการเรียนการสอนได้

