มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การพัฒนาการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนบ้านกุดดุ่อุดมวิทย์

นิลุบล  ชุมแวงวาปี (2551)  นักศึกษาปริญญาโท  คณะศึกษาศาสตร์  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้ทำวิจัยเรื่องการพัฒนาการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนบ้านกุดดุ่อุดมวิทย์ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี  กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 39 คน  ประกอบด้วย  ครูจำนวน 8 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 15 คน  ผลการวิจัยพบว่า  การพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนบรรลุเป้าหมายการอ่านโดยนักเรียนชอบอ่านและพัฒนาทางการอ่านดีขึ้น  อย่างไรก็ตามควรดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการมีนิสัยรักการอ่าน  อ่านคล่องและอ่านอย่างกว้างขวางขึ้น

นิลุบล  ชุมแวงวาปี.  (2551).  การพัฒนาการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนบ้านกุดดุ่อุดมวิทย์ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี.  การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.  อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร. ประมวล โสภาพร.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านกุดดู่อุดมวิทย์  อำเภอบ้านดุง  จังหวัดอุดรธานี  ตามกรอบการศึกษาค้นคว้าการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านตามนโยบาย  มาตรการ  แนวทางดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ  ให้นักเรียนเกิดความสนใจและเห็นความสำคัญของการอ่านและพยายามพัฒนาการอ่านของตนจนมีนิสัยรักการอ่านโดยใช้การวิจัยปฏิบัติการ (Action  Research)  ตามแนวคิดของเคมมิส และแม็กแท็กการ์ท (Kemmis  and  McTaggart) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planning)  การปฏิบัติ (Action)  การสังเกต(Observation)  และการสะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflection)  กลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีจำนวน 39 คน  ประกอบด้วย  ครูจำนวน 8 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 จำนวน 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 จำนวน 15 คน 

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่  แบบสังเกต  แบบสัมภาษณ์  แบบสอบถาม  แบบบันทึกการสนทนา  และแบบบันทึกประจำวันของผู้ศึกษาค้นคว้า  การตรวจสอบข้อมูลยึดหลักการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation)  และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเชิงบรรยาย

ผลการวิจัย  พบว่า  สภาพก่อนการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน คือ  นักเรียนไม่มีนิสัยรักการอ่าน  ไม่สนใจการอ่าน  ไม่เห็นความสำคัญของการอ่าน  และไม่มีการพยายามพัฒนาการอ่านของตนเอง เมื่อดำเนินการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านด้วยการจัดกิจกรรมตัวหนังสือเดินได้  กิจกรรมเล่าขานผ่านเสียงตามสาย  กิจกรรมค้นฟ้าคว้ายอดนักอ่านกิจกรรมนักอ่านแฟนพันธุ์แท้  และกิจกรรมเล่านิทานเสริมปัญญาหรรษาวันศุกร์  ในการพัฒนาในวงรอบที่ 1 ปรากฏว่านักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น และส่งผลให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอ่าน  อยากอ่านหนังสือ  มีความตั้งใจในการอ่านหนังสือ  เมื่ออ่านแล้วสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเพื่อขยายผลความรู้สู่คนอื่น  เป็นการสร้างความสนใจอยากอ่านหนังสือและต้องการอ่านหนังสือมากขึ้น  และต้องการอ่านหนังสือที่หลากหลายตรงความสนใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรม  ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานแต่ละกิจกรรมในวงรอบที่ 1 คือรูปแบบการจัดกิจกรรมไม่หลากหลายและหนังสือที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีน้อย   แต่จากการดำเนินกิจกรรมการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนบ้านกุดดู่อุดมวิทย์ทำให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านมากขึ้นและสนใจการอ่าน  มีการใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือมากกว่าการเล่น  ได้รับความสุขและความบันเทิงจากการร่วมกิจกรรมการอ่านและเห็นความสำคัญของการอ่านการพัฒนาในวงรอบที่ 2 โดยการพัฒนากิจกรรมทั้ง 5 กิจกรรม ตามวงรอบที่ 1ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมในแต่ละกิจกรรมให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น  จึงทำให้มีนักเรียนได้อ่านหนังสือมากขึ้น  เห็นความสำคัญของการอ่านและมีความพยายามพัฒนาการอ่านของตนเองอย่างต่อเนื่อง  มีความกระตือรือร้นในการอ่าน  และมีความสุขในการร่วมกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านมากขึ้น  แต่ยังมีจุดอ่อน คือ การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านยังไม่หลากหลาย  ห้องสมุดโรงเรียนยังมีหนังสือให้นักเรียนค้นคว้าน้อย  นักเรียนสนใจอ่านเพียงระยะเวลาสั้นๆ และเห็นความสำคัญของการอ่านเฉพาะกิจกรรมที่ร่วมนำเสนอเท่านั้น  ส่วนการพยายามพัฒนาการอ่านของตนเองนั้นนักเรียนได้พัฒนาขึ้นในระดับหนึ่ง

โดยสรุปพบว่า การพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนบรรลุเป้าหมายการอ่านโดยนักเรียนชอบอ่านและพัฒนาทางการอ่านดีขึ้น  อย่างไรก็ตามควรดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการมีนิสัยรักการอ่าน  อ่านคล่องและอ่านอย่างกว้างขวางขึ้น