งานวิจัย : การประเมินโครงการภักดีรักการอ่านของโรงเรียนสังกัดวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ)
ขนิษฐา อาโป (2549) นักศึกษาปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ทำการวิจัยเรื่องการประเมินโครงการภักดีรักการอ่านของโรงเรียนสังกัดวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ) สำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารจำนวน 4 คน ครูจำนวน 45 คน นักเรียนและผู้ปกครองจำนวนกลุ่มละ 286 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างประเมินโครงการภักดีรักการอ่านในด้านบริบทว่ามีความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบาย ความเหมาะสมของเนื้อหาสาระของโครงการ ความต้องการและความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และประเมินกระบวนการดำเนินงานว่าการปฏิบัติงานในขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินงานด้านการวางแผน การจัดกิจกรรม และการประเมินผลการจัดกิจกรรม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก สำหรับผู้ปกครองประเมินว่ามีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง นอกจจากนี้ประเมินด้านผลผลิตของโครงการว่านิสัยรักการอ่านตามเป้าหมายของโครงการมีการเกิดขึ้นอยู่ในระดับมาก สำหรับผู้ปกครองประเมินว่ามีการเกิดขึ้นอยู่ในระดับปานกลาง
ขนิษฐา อาโป. (2549). การประเมินโครงการภักดีรักการอ่านของโรงเรียนสังกัดวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ) สำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ (การวัดและประเมินผลการศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : รองศาสตราจารย์สมจิตรา เรืองศรี, รองศาสตราจารย์เพ็ญศรี เศรษฐวงศ์.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการภักดีรักการอ่านของโรงเรียนวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ) สำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบจำลองซิป (CIPP MODEL) มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินด้านบริบท ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการดำเนินงาน และผลผลิตของโครงการ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารจำนวน 4 คน ครูจำนวน 45 คน นักเรียนจำนวน 1,127 คน และผู้ปกครองจำนวน 1,127 คน กลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครูใช้ประชากรทั้งหมดคือ 4 คน และ 45 คน ตามลำดับ สำหรับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Sampling) ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 286 คน และผู้ปกครองจำนวน 286 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามจำนวน 2 ชุด และแบบสัมภาษณ์ 1 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ประเมินโครงการภักดีรักการอ่านในด้านบริบท พบว่า มีความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบาย ความเหมาะสมของเนื้อหาสาระของโครงการ ความต้องการและความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก
ผู้บริหาร ครู และนักเรียน ประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น พบว่า มีความพร้อมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินงานของโครงการ ด้านบุคลากร อาคารสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์อยู่ในระดับมาก สำหรับผู้ปกครองประเมินว่ามีความพร้อมอยู่ในระดับปานกลาง
ผู้บริหาร ครู และนักเรียน ประเมินกระบวนการดำเนินงาน พบว่า การปฏิบัติงานในขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินงานด้านการวางแผน การจัดกิจกรรม และการประเมินผลการจัดกิจกรรม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก สำหรับผู้ปกครองประเมินว่ามีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง
ผู้บริหาร ครู และนักเรียน ประเมินด้านผลผลิตของโครงการ พบว่า นิสัยรักการอ่านตามเป้าหมายของโครงการมีการเกิดขึ้นอยู่ในระดับมาก สำหรับผู้ปกครองประเมินว่ามีการเกิดขึ้นอยู่ในระดับปานกลาง

