มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ดวงหทัย เมธา. (2551).นิสิตปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประถมศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาเรื่องการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและใช้แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนดาราวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 40 คน ผลการศึกษาพบว่า 1. ได้แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง ซึ่งสามารถส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนได้ 2. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน ด้านกิจกรรมและประโยชน์ อยู่ในระดับมาก 3. พฤติกรรมการรักการอ่าน นักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างเป็นส่วนใหญ่ ใช้เวลาอ่านครั้งละ 30 นาที เพราะได้รับประโยชน์ และได้ความรู้เพิ่มเติม หนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุด คือการ์ตูน แล้วจะยืมหนังสือจากห้องสมุดสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง และชอบอ่านหนังสือที่บ้าน จากการเข้าร่วมกิจกรรมนักเรียนให้ความคิดเห็นว่ากิจกรรมน่าสนใจ ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม อยากอ่านหนังสือมากขึ้น และพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน4. คะแนนบันทึกการอ่าน โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.7 ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก

ดวงหทัย เมธา. (2551). การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. สารนิพนธ์ (ประถมศึกษา) เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์วีณา วโรตมะวิชญ, อาจารย์สุทธิรา แก้วมณี

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและใช้แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนดาราวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน จำนวน 5 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง 2) แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน 3) แบบประเมินพฤติกรรมการรักการอ่าน 4) แบบประเมินบันทึกการอ่าน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าเฉลี่ยร้อยละ นำเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย

ผลการศึกษาพบว่า

  1. ได้แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง ซึ่งสามารถส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนได้
  2. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน ด้านกิจกรรมและประโยชน์ อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก
  3. พฤติกรรมการรักการอ่าน นักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างเป็นส่วนใหญ่ ใช้เวลาอ่านครั้งละ 30 นาที เพราะได้รับประโยชน์ และได้ความรู้เพิ่มเติม หนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุด คือการ์ตูน แล้วจะยืมหนังสือจากห้องสมุดสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง และชอบอ่านหนังสือที่บ้าน จากการเข้าร่วมกิจกรรมนักเรียนให้ความคิดเห็นว่ากิจกรรมน่าสนใจ ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม อยากอ่านหนังสือมากขึ้น และพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน
  4. คะแนนบันทึกการอ่าน โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.7 ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก