มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

งานวิจัย : การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ประภัสสร  ปันสวน  (2547)  นักศึกษาปริญญาโท  คณะศึกษาศาสตร์  สาขาวิชาประถมศึกษา   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้ทำการวิจัยเรื่องการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22  อำเภอปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านที่เน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม  จำนวน 8 กิจกรรม  กิจกรรมละ 1 ชั่วโมง  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 อำเภอปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  จำนวน 45 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนเห็นว่ากิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านทำให้ได้รับความรู้ ความเพลิดเพลินและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ  กิจกรรมที่จัดมีความสนุกสนานทำให้อยากอ่านมากขึ้น 2. พฤติกรรมการรักการอ่านของนักเรียน  พบว่า  นักเรียนอ่านหนังสือนอกจากหนังสือเรียน  เพราะช่วยเพิ่มพูนความรู้  จะอ่านครั้งละประมาณ 15 นาที  ประเภทของหนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุดคือนิทาน  และอ่านในเวลาว่างและวันหยุด 

ประภัสสร  ปันสวน.  (2547).  การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22  อำเภอปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน.  การค้นคว้าแบบอิสระ (ประถมศึกษา). เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  คณะกรรมการที่ปรึกษาการค้นคว้าแบบอิสระ : รองศาตราจารย์วีณา  วโรตมะวิชญ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสิทธิ์  ม้าลำพอง.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา  และเพื่อศึกษาพฤติกรรมรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย   คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2546  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22  อำเภอปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  จำนวน 45 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  1) กิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน  จำนวน 8 กิจกรรม  2) แบบประเมินกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่าน  3) แบบประเมินพฤติกรรมรักการอ่าน   สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้

  1. ได้กิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านโดยเน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม  จำนวน 8 กิจกรรม  กิจกรรมละ 1 ชั่วโมง  นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านว่าทำให้ได้รับความรู้  ความเพลิดเพลินและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ  กิจกรรมที่จัดมีความสนุกสนานทำให้อยากอ่านมากขึ้น  และกิจกรรมที่นักเรียนชอบมากที่สุด  ได้แก่  การวาดภาพจากการอ่าน  ชอบน้อยที่สุด  ได้แก่  การเล่าเรื่องจากหนังสือ
  2. พฤติกรรมการรักการอ่านของนักเรียน  พบว่า  นักเรียนอ่านหนังสือนอกจากหนังสือเรียน  เพราะช่วยเพิ่มพูนความรู้  จะอ่านครั้งละประมาณ 15 นาที  ประเภทของหนังสือที่ชอบอ่านมากที่สุดคือนิทาน  นักเรียนยังระบุอีกว่าการใช้เวลาว่างทั่วๆ ไป  และวันหยุด  คือ  การอ่านหนังสือ  และจะไปอ่านที่ห้องสมุดโดยนักเรียนให้เหตุผลว่าการอ่านหนังสือเป็นวิธีการได้รับความรู้นอกเหนือจากตั้งใจเรียนและรู้สึกว่าอยากอ่านหนังสือมากขึ้น