มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน | Reading Culture Promotion Foundation

ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภายหลังการร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด

     บุญถิ่น ล่ำสัน (2533) นิสิตปริญญาโท สาขาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้ทำงานวิจัยเรื่อง ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภายหลังการร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด กลุ่มตัวอย่างจำนวน 41 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับบริการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยมีการเสริมแรง ส่วนกลุ่มทดลองที่ 2 ไม่มีการเสริมแรง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 30 นาที รวม 24 คาบ โดยใช้กิจกรรมเดียวกัน คือ การเล่านิทานโดยใช้แถบบันทึกเสียงและภาพเลื่อน การเล่นเกมแข่งขันเล่านิทาน การเล่าเรื่องจากหนังสือโดยใช้ แถบบันทึกเสียงและภาพเลื่อน การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ การสนทนาเรื่องที่เด็กเขียน และการแสดงมุมหนังสือทดลองพร้อมบรรณนิทัศน์ ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับบริการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด จากการศึกษาพบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยมีการเสริมแรงและไม่มีการเสริมแรง มีความสามารถในการอ่านสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยมีการเสริมแรงกับนักเรียนที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรมมีความสามารถในการอ่านแตกต่างกัน ส่วนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยไม่มีการเสริมแรงกับนักเรียนที่ไม่เข้าร่วมกิจรรมมีความสามารถในการอ่านไม่แตกต่างกัน


     บุญถิ่น ล่ำสัน.  (2533). ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภายหลังการ
ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (บรรณารักษศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

     ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถ ในการอ่านของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4 ภายหลังการร่วม กิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 41 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่มี ความสามารถในการอ่านต่ำ ได้มาจากการใช้เกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน และการผ่านจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและการสังเกต พฤติกรรม แล้วจับฉลากเพื่อแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 จำนวน 17 คน กลุ่มทดลองที่ 2 จำนวน 14 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 10 คน โดยกลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับบริการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด โดยมีการเสริมแรง กลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับบริการกิจกรรมส่งเสริม การอ่านของห้องสมุดโดยไม่มีการเสริมแรง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 30 นาที รวม 24 คาบ โดยใช้กิจกรรม เดียวกัน คือ การเล่านิทานโดยใช้แถบบันทึกเสียงและภาพเลื่อน การเล่นเกมแข่งขันเล่านิทาน การเล่าเรื่องจากหนังสือโดยใช้ แถบบันทึกเสียงและภาพเลื่อน การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ การสนทนาเรื่องที่เด็กเขียน และการแสดงมุมหนังสือทดลองพร้อมบรรณนิทัศน์ ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับบริการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด


     ก่อนและหลังการทดลองมีการทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถ ในการอ่าน พบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยมีการเสริมแรงและไม่มีการเสริมแรง มีความสามารถในการอ่านสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความสามารถไม่แตกต่างกันสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด โดยมีการเสริมแรงกับนักเรียนที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรมมีความสามารถในการอ่านแตกต่างกัน  นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุดโดยไม่มีการเสริมแรง กับนักเรียนที่ไม่เข้าร่วมกิจรรม มีความสามารถในการอ่านไม่แตกต่างกัน