มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

ข่าวน่าอ่าน

สสส. มอบหนังสือภาพ “เรายังรักกันทุกวันจ้ะ” และ “คู่มือการจัดการโรงเรียนรับมือโควิด-19” ส่งพลังใจบุคลากรทางการแพทย์ชายแดนใต้ ในงาน “เปิดโรงเรียนปลอดภัย เสริมพลังใจบุคลากรทางการแพทย์”

สสส. มอบหนังสือภาพ “เรายังรักกันทุกวันจ้ะ” และ “คู่มือการจัดการโรงเรียนรับมือโควิด-19”
ส่งพลังใจบุคลากรทางการแพทย์ชายแดนใต้
ในงาน “เปิดโรงเรียนปลอดภัย เสริมพลังใจบุคลากรทางการแพทย์”

      เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 ที่ห้องอติเรก ณ ถลาง อาคารเรียนรวม และหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้นเป็นลำดับ กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศการเปิดเรียนของสถานศึกษาในสังกัด และในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยกำหนดให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วน รวมถึงผู้ปกครองยังคงมีความเป็นกังวลว่าโรคโควิด-19 นี้ อาจกลับมาแพร่ระบาดในสถานศึกษาอีกครั้ง

      รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบุลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ประธานในพิธี กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันการแพร่ระบาดจะลดลง แต่เมื่อใกล้เวลาการเปิดเทอมของแต่ละโรงเรียน ทำให้ผู้ปกครอง และหลายฝ่ายมีความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว การเตรียมความพร้อม รวมถึงการสร้างความเข้าใจให้แก่บุคลากรของโรงเรียน เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันโรค ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ โดยภาควิชากุมารเวชศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมีความตั้งใจในการจัดเสวนา “เปิดโรงเรียนปลอดภัย เสริมพลังใจบุคลากรทางการแพทย์” ระหว่างบุคลากรทางการศึกษา และกุมารแพทย์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงนโยบาย มาตรการ และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากมาตรการ และการให้ความรู้แก่โรงเรียนต่างๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อให้แก่บุคลากรของโรงแรม และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจวิธีการป้องกันตัวเองจาการติดเชื้อ แพร่เชื้อ รวมถึงการทำความสะอาดที่ถูกต้อง เพื่อให้มีความปลอดภัยในการรับนักท่องเที่ยว


 

     ขณะที่ ผศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนเปิดโรงเรียนในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ โรงเรียนแต่ละโรงเรียนได้มีมาตรการที่ออกมาเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการป้องกันการติดเชื้อของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังมีความต้องการการช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ในทางปฏิบัติ สำหรับมาตรการที่ผู้ปกครอง และครูควรทำก่อนเปิดเรียน เช่น การคัดกรองเด็กป่วยของผู้ปกครองและครู ไม่ควรให้เด็กป่วยมาโรงเรียน การกำหนดให้นักเรียนใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากทางการแพทย์เมื่ออยู่ในโรงเรียน ส่งเสริมเรื่องการล้างมืออย่างถูกต้อง การเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งอาจใช้การเว้นห่างกัน หรือการปรับระบบเวลาเรียน

     ทางด้าน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนัก 11 สสส. กล่าวว่า “จากผลสำรวจสุขภาพจิตในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต โดยการสุ่มตัวอย่างของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศตามเขตสุขภาพ พบว่า ระดับความเครียดของบุคลากรเพิ่มขึ้น โดยความเครียดระดับมากและมากที่สุดเพิ่มขึ้นจาก 6.4% เป็น 7.9% เช่นเดียวกับทุกประเทศที่มีการระบาด และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development ; OECD, 2002) ออกมาให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ต้องการหนังสือมากที่สุด พร้อมเรียกร้องผลักดันให้รัฐบาลนานาประเทศที่ประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จัดหาหนังสือมาแจกจ่ายให้แก่เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวยากจน เหตุผลเพราะหนังสือมีบทบาทอย่างมากต่อการช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ระหว่างรอการเปิดเทอมที่ยืดระยะเวลาออกไป และการอ่านหนังสือยังเป็นวิธีการคลายเครียดที่ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุดกว่ากิจกรรมอื่น ๆ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน จึงระดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมอนามัย สถาบันราชานุกูล สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เครือข่ายฮักอ่านยโสธร ฯลฯ ร่วมจัดพิมพ์หนังสือกว่า 200,000 เล่ม ส่งมอบเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าถึงหนังสือทั้งในชุมชน และช่องทางออนไลน์ทาง www.happyreading.in.th เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์”

  

  

  

  

  

 

แนะนำเมื่อ 25มิ.ย. 63
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 8,341,851 ครั้ง