มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

หนังสือคัดสรรโดยแผนงานฯ

พระจันทร์อร่อยไหม

พระจันทร์อร่อยไหม
ไมเคิล เกรจ์เนียซ (เรื่องและภาพ) / ปรีดา ปัญญาจันทร์ เรียบเรียง จากเรื่อง How does the Moon taste? (Wie Schmeckt Der Mond? - สวิตเซอร์แลนด์)
สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก, 2549
ปกแข็ง 28 หน้า (20.5 x 29.5 ซม.), 150 บาท

            หนังสือที่พริ้งพรายด้วยจินตนาการเล่มนี้ ผู้เขียนเป็นศิลปินชาวโปแลนด์ สร้างสรรค์ผลงานด้านหนังสือภาพสำหรับเด็กจนมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรป พระจันทร์อร่อยไหม ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาเยอรมัน และแพร่หลายไปในนานาประเทศ  เพราะสุนทรียภาพของหนังสือเล่มนี้ เด็กนานาชาติล้วน “ชิม” ได้ทั่วหน้ากัน
            พระจันทร์ดวงกลมโตบนท้องฟ้ามีสีขาวนวลสวยงาม ทำให้สัตว์ต่างๆ พากันออกมาดูและนึกถึงรสชาติของอาหารที่แสนอร่อยของตน ช้างนึกถึงอ้อย ลิงนึกถึงกล้วย ส่วนเต่าก็นึกถึงผักบุ้ง
             เต่าอยากลองชิมพระจันทร์ จึงเดินขึ้นไปถึงยอดเขา แต่เขย่งขาอย่างไรก็ไม่ถึงพระจันทร์ เต่าจึงไปเรียกช้างมาช่วย
             ช้างขึ้นเหยียบหลังเต่าแล้วใช้งวงเอื้อมไปหาพระจันทร์ แต่พระจันทร์ขยับลอยหนีขึ้นไป ช้างเอื้อมงวงไม่ถึงกระจันทร์ ก็เลยไปเรียกยีราฟมาช่วย
ยีราฟขี่หลังช้าง ช้างเหยียบบนหลังเต่า ยีราฟยืดคอยาวออกไป พระจันทร์คิดว่ายีราฟจะมาเล่นไล่จับก็ขยับลอยหนีออกไป ยีราฟก็เลยจับไม่ถึงพระจันทร์
              จากนั้นก็มีม้าลาย สิงโต หมาจิ้งจอก ลิง มาช่วย  สัตว์ต่างๆ ขี่หลังต่อตัวซ้อนกัน แต่ก็จับไม่ถึงพระจันทร์ เพราะพระจันทร์ขยับตัวสูงขึ้นไป
               เมื่อลิงไปตามหนูให้มาช่วย สัตว์ทั้งหลายต่อตัวกันให้หนูอยู่บนสุด คราวนี้พระจันทร์เห็นว่าหนูตัวเล็กนิดเดียวก็เลยไม่เขยิบหนี หนูจึงจับพระจันทร์ได้ แล้วบิพระจันทร์ออกมากินหนึ่งชิ้น จากนั้นก็ส่งต่อแบ่งให้เพื่อนๆ กิน
               สัตว์ทั้งหลายต่างมีความสุขที่ได้กินพระจันทร์แสนอร่อย ส่วนพระจันทร์ถูกกินจนแหว่งก็เลยกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้า
ในท้องน้ำ ปลาเฝ้าดูด้วยความสงสัยว่าพวกเพื่อนๆ ต้องต่อตัวให้ลำบากทำไม ก็ในเมื่อพระจันทร์อยู่ในน้ำนี่เอง
                เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้คือการสร้างขึ้นมาด้วยจินตนาการ เพื่อเสริมจินตนาการให้กับเด็กๆ  เด็กๆ จะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของผองสัตว์ทั้งหลาย ที่ต่างก็หมายปองจะชิมพระจันทร์ และเมื่อได้ชิมพระจันทร์พวกเขาก็แบ่งปันกันทั่วหน้า จนพระจันทร์เหลือเป็นจันทร์เสี้ยว เป็นการใช้ปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งมีทั้งจันทร์เต็มดวงและจันทร์เสี้ยว มาจินตนาการให้เป็นเรื่องราว
                ณะที่ความงามของพระจันทร์ที่เด็กจะสัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ เงาของพระจันทร์ในท้องน้ำ เป็นการพลิกให้เห็นว่าเรื่องราวที่ยุ่งยากนั้น อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ก็ได้ เมื่อเรามองอีกมุมหนึ่ง หากหวังจะบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ก็ต้องให้เด็กได้มีโอกาสลิ้มรสของนิทานแนวจินตนาการเยี่ยงหนังสือเล่มนี้ อย่างไม่มีคำว่ากี่เล่มหรือเมื่อไรถึงจะพอ
แนะนำเมื่อ 04ก.ย. 53
0ความคิดเห็น

หนังสือที่เกียวข้อง


แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 8,524,967 ครั้ง