มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

อิศรา อมันตกุล ต้นตำนานแห่งนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์

 

   
 
    อิศรา เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 10 คน ของ นาย ม.ชาเลย์ และ นางวัน จบชั้นประถมศึกษาจาก โรงเรียนบำรุงวิทยา ถนนจักรพงษ์ และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา (ปีที่ 8) จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในปี พ.ศ. 2472 โดยมีคะแนนในวิชาภาษาอังกฤษสูงสุดของประเทศและสอบได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ของนักเรียนทั่วประเทศในรุ่นนั้น
 
    ต่อมา ได้ไปทำงาน เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ร่วมกับคณะมิชชันนารี ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 2 ปี จากนั้น ได้เดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงอยู่ระยะหนึ่ง จึงเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ต่อมาได้สมรสกับ นางสเริงรมณ์ อมันตกุล (นามสกุลเดิม บุนนาค) ธิดาของ พลโท พระยาสีหราชเดโช
 
    เขาเริ่มงานหนังสือพิมพ์กับ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ และ นายมาลัย ชูพินิจ ใน หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ และ หนังสือพิมพ์ประชามิตร ตามลำดับ จากนั้น ได้ร่วมก่อตั้ง หนังสือพิมพ์สุวัณณภูมิ กับ นายทองเติม เสมรสุต นายเสนีย์ เสาวพงศ์ และ นายวิตต์ สุทธิเสถียร
 
    ต่อมา ได้ย้ายไปทำงานในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับ เช่น หนังสือพิมพ์บางกอกรายวัน (ผู้ก่อตั้ง) หนังสือพิมพ์เอกราช หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยเบื้องหลังข่าว หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยรายวัน หนังสือพิมพ์สยามนิกร หนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์ หนังสือพิมพ์กิตติศัพท์ หนังสือพิมพ์ไทยใหม่ยุคใหม่ และ หนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์ (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ในปัจจุบัน)
 
    และเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กระทำรัฐประหารเป็นครั้งที่ 2 จาก จอมพล ถนอม กิตติขจร หลังจากนั้นเพียง 1 วัน (21 ตุลาคม พ.ศ. 2501) หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ถูกปิด นายอิศรา ในฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์ รวมถึงบรรณาธิการ และนักหนังสือพิมพ์อีกหลายคน ถูกจับ ด้วยข้อหา มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ โดยถูกคุมขัง เป็นเวลา 5 ปี 10 เดือน ก็ถูกปล่อยตัว โดยไม่มีการส่งฟ้องศาล เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2507
 
    หลังจากนั้น เข้ารับตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้ากองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ในปัจจุบัน) จนกระทั่งถึงแก่กรรม นอกจากนี้ นายอิศรา ได้รับเลือกให้เป็น นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรก และดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน (พ.ศ. 2499, พ.ศ. 2500 และ พ.ศ. 2501) และยังเป็นผู้ริเริ่มเปลี่ยนแปลงการจัดหน้าหนังสือพิมพ์ จากหน้าละ 7 คอลัมน์ เป็น 8 คอลัมน์ อีกด้วย
 
    และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2512 สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย และ สมาคมหนังข่าวแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกัน และมีมติให้จัดตั้ง "มูลนิธิ อิศรา อมันตกุล" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เขาโดยจดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514
 
    โดยมี นายสนิท เอกชัย เป็นประธานมูลนิธิฯ คนแรกโดยมีภารกิจสำคัญ ร่วมกับ สมาคมนักข่าวฯ จัดให้มีการประกาศรางวัลผลงานข่าวหนังสือพิมพ์ และภาพข่าวหนังสือพิมพ์ดีเด่น สมาคมนักข่าวฯ เป็นฝ่ายแต่งตั้งคณะกรรมการตัดสิน จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 และมีพิธีมอบรางวัลครั้งแรก ในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2516 และมีการมอบรางวัลนี้ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งเป็น ''วันนักข่าว''
 
    สำหรับนามปากกาของ อิศรา อมันตกุล นั้นมีมากมายหลายนามปากกา ประกอบด้วย นายอิสระ, มะงุมมะงาหรา, อโศก, ธนุธร, รติรมย์, เริง อภิรมย์, นที บุรีรัมย์,  เริง กุลราช, ทรงกลด กลางหาว, พราย พิสดาร, ดร.x XYZ, แฟรงค์ ฟรีแมน,  เจดีย์ กลางแดด
 
    นอกเหนือจากงานหนังสือพิมพ์แล้ว อิศรา อมันตกุล ยังมีฝีมือในการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายเป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังมีผลงานเรื่องสั้นหลายเรื่องและก่อนจะทำงานหนังสือพิมพ์ และยังเขียนนวนิยายไว้เป็นจำนวนมาก
 
    สำหรับผลงาน นวนิยาย ประกอบด้วย นักบุญ-คนบาป, ฮาลิมาวกุนิง (เสือเหลือง), นาถยา,สถาพรผู้กลับมา (นาถยา ภาคจบ), วีรบุรุษในหนังฬา, ข้าจะไม่แพ้, ธรณีประลัย, ไซง่อนพิศวาส, ไซง่อนเสน่หา, พยัคฆ์ร้ายไซง่อน, ชุมทางดาวร้าย, ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน, ท้ามัจจุราช, มังกรมาเก๊า, กิเลนเกาลูน, มนุษย์สองชีพ, ป่ามโนราห์, ร้อยชู้หรือจะสู้รุ่งรำแพน, ควันปืนที่ธารกะปอร์, จูบฉันแล้วจงตายเสีย, 108 แพศยา, เขานั้นหรือ ชื่อจอม จัตุรัส (เดิมชื่อ ทิศตะวันออกตะวันตก), ชุดนักสืบพราย พิสดาร
 
    ส่วนผลงานเรื่องสั้น ประกอบด้วย พรและคำสาป, ยุคทมิฬ, หัวเราะและน้ำตา,วายุภักษ์ปีกหัก,เหตุเกิดบนแผ่นดิน, เพลงแห่งอิสรภาพ, พระเจ้าคนละองค์, เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี, เกลือก ว่าเราจะลืม, เขาเลี้ยงงูพิษในใจ
 
    ผลงานเขียนสารคดีได้แก่ ยักษ์ตื่นในเอเชีย, สตาลินผู้พิชิต,  เยี่ยมอยคุปต์ และผลงานเรื่องแปล   คือ วัยรุ่นและพรหมจรรย์ ส่วนงานเขียนเชิงวิชาการ คือ Slang ไม่ใช่ของแสลง
 
    อิศรา อมันตกุล ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2512 เวลา 15.15 น. ด้วยโรคมะเร็งที่คอหลังจากพักรักษาตัว ณ ตึกจงกลณี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือน  ในวันที่ทำพิธีศพตามศาสนาอิสลามที่บ้านแขก ฝั่งธนบุรีในวันนั้นเป็นวันชุมนุมนักหนังสือพิมพ์และเพื่อนร่วมสมัยของเขาเพียงไม่กี่คน ก่อนที่ร่างกายของเขาถูกฝังไว้ในสุสาน บ้านแขก มาจวบจนทุกวันนี้
 
    อิศรา อมันตกุล...จากไปด้วยวัยเพียง 49 ปี แต่ฝากผลงานและตำนานชีวิตต้นแบบของคนหนังสือพิมพ์ที่คนรุ่นใหม่จะต้องศึกษาและเดินตามรอย....อิศรา อมันตกุล นักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ตัวจริงของเมืองไทย
 
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : สยามดารา
แนะนำเมื่อ 31ส.ค. 54
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 10,144,640 ครั้ง