มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

เรื่องการศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากการสอนโดยรูปแบบการพัฒนาการอ่านแบบมีส่วนร่วม

สิริรัตน์ นาคิน (2552)  นักศึกษาปริญญาโท  สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ได้ทำการวิจัยเรื่องการศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากการสอนโดยรูปแบบการพัฒนาการอ่านแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 43 คน  ผลการวิจัยพบว่าความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 85.58 คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยยะทางสถิติที่ระดับ .05 


สิริรัตน์ นาคิน (2552). การศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากการสอนโดยรูปแบบการพัฒนาการอ่านแบบมีส่วนร่วม.                      วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลักสูตรและการสอน)  นครราชสีมา : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา.  อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : ผศ.ดร.อดิศร         เนาวนนท์ (ประธานกรรมการ) ผศ.กนกทิพย์ อังศ์ธราธร (กรรมการ). 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเปรียบเทียบความ
สามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังการสอน และเปรียบเทียบคะแนนหลังการ
สอนและเปรียบเทียบคะแนนหลังการสอนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากการสอนโดยรูปแบบการพัฒนาการอ่านแบบมีส่วนร่วม
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนรวมมิตรวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 43 คน เครื่องมือในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการพัฒนาการอ่านแบบมีส่วนร่วม จำนวน 10 แผน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที 
ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 85.58 คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยยะทางสถิติที่ระดับ .05 

8. วาสนา หาดขุนทด (2552)  นักศึกษาปริญญาโท  สาขาวิชา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ได้ทำการวิจัยเรื่องการศึกษาผลการใช้แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 60 คน  ผลการวิจัยพบว่าแบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 88.71/86.19 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 และนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ มีทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 

.วาสนา หาดขุนทด (2552). การศึกษาผลการใช้แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา)  นครราชสีมา : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา.  อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : รศ.ดร.รสริน พิมลบรรยงก์ (ประธานกรรมการ) และ นายรุ่งโรจน์ พงศ์กิจวิทูร (กรรมการ).

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการ์ตูนภาพยกระดับ สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อนและหลังการใช้แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ 
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนด่านขุนทดและโรงเรียนบ้านหาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 5 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 60 คน โดยแบ่งเป็น กลุ่มหาประสิทธิภาพ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนด่านขุนทด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 5 จำนวน 30 คน และกลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 5 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง 
เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ จำนวน 5 เรื่อง และแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านจับใจความ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบค่าที 
ผลการศึกษาพบว่า
1. แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ สำหรับพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 88.71/86.19 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบเรียนการ์ตูนภาพยกระดับ มีทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 





แนะนำเมื่อ 11พ.ค. 58
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 8,341,471 ครั้ง