มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ความพึงพอใจต่อการอ่านภาษาอังกฤษแบบเพิ่มขยายและความคงทนในการเรียน

.  พนอ สงวนแก้ว (2553) นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ความพึงพอใจต่อการอ่านภาษาอังกฤษแบบเพิ่มขยายและความคงทนในการเรียน. กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนท่ามะขามวิทยา จำนวน 20 คน ซึ่งเข้าร่วมชมรมภาษาอังกฤษ โดยระยะเวลาในการทดลอง 1 ภาคเรียน  ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการอ่านเน้นภาระงานที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า PANO Model มีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สาระความรู้และทักษะการปฏิบัติงาน ระบบสังคม หลักการตอบสนอง และสิ่งสนับสนุน ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติภาระงาน 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นก่อนปฏิบัติการ (Pre-task : P) ขั้นปฏิบัติ (Action : A) ขั้นความรู้ควรจำ (Noteworthy Knowledge : N) และ 4) ขั้นผลผลิต (Outcome : O) มีประสิทธิภาพ 73.67/74.92 อยู่ในระดับดี และคะแนนความเข้าใจในการอ่านของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีขนาดผลเท่ากับ 3.17 หมายถึงระดับใหญ่มาก 2) ความพึงพอใจต่อการอ่านแบบเพิ่มขยายอยู่ในระดับมาก 3) คะแนนหลังเรียนและสอบซ้ำแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หมายถึงนักเรียนมีความคงทนในการเรียน และ 4) ผลความคิดเห็นของนักเรียนต่อรูปแบบ Pano Model เป็นทางบวก

พนอ สงวนแก้ว (2553) การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ความพึงพอใจต่อการอ่านภาษาอังกฤษแบบเพิ่มขยายและความคงทนในการเรียน. อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : รศ.ดร.วิสาข์ จัติวัตร์ รศ.ดร.สุพัฒน์ สุกมลสันต์ และอาจารย์ ดร.กิจจา เทพศิริ. 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงาน (PANO Model) และมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ 1) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการอ่านเน้นภาระงานต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการอ่านเน้นภาระงานต่อความพึงพอใจในการอ่านแบบเพิ่มขยาย 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการอ่านเน้นภาระงานต่อความคงทนในการเรียน และ 4) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนต่อการใช้รูปแบบกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงาน
กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนท่ามะขามวิทยา จำนวน 20 คน ซึ่งเข้าร่วมชมรมภาษาอังกฤษ โดยระยะเวลาในการทดลอง 1 ภาคเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) กิจกรรมการอ่านเน้นภาระงาน 2) แบบทดสอบความเข้าใจในการอ่านก่อนและหลังการใช้กิจกรรม 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการอ่านแบบเพิ่มขยาย 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนต่อกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงาน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ Paired Sample t – test แบบจับคู่เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านของผู้เรียนก่อนและหลังการใช้กิจกรรม รวมทั้งเปรียบเทียบผลการเรียนรู้หลังการใช้กิจกรรมและการสอบซ้ำเพื่อประเมินความคงทนนในการเรียนรู้และใช้การหาค่าขนาดอิทธิพลตรวจสอบขนาดผลต่างที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการใช้กิจกรรม ใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวิเคราะห์ค่าระดับความพึงพอใจต่อการอ่านแบบเพิ่มขยายความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการอ่านเน้นภาระงาน และใช้ One – sample – t – test เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความพึงพอใจกับเกณฑ์ 3.50 ที่กำหนด
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการอ่านเน้นภาระงานที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า PANO Model มีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สาระความรู้และทักษะการปฏิบัติงาน ระบบสังคม หลักการตอบสนอง และสิ่งสนับสนุน ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติภาระงาน 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นก่อนปฏิบัติการ (Pre-task : P) ขั้นปฏิบัติ (Action : A) ขั้นความรู้ควรจำ (Noteworthy Knowledge : N) และ 4) ขั้นผลผลิต (Outcome : O) มีประสิทธิภาพ 73.67/74.92 อยู่ในระดับดี และคะแนนความเข้าใจในการอ่านของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีขนาดผลเท่ากับ 3.17 หมายถึงระดับใหญ่มาก 2) ความพึงพอใจต่อการอ่านแบบเพิ่มขยายอยู่ในระดับมาก 3) คะแนนหลังเรียนและสอบซ้ำแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หมายถึงนักเรียนมีความคงทนในการเรียน และ 4) ผลความคิดเห็นของนักเรียนต่อรูปแบบ Pano Model เป็นทางบวก


แนะนำเมื่อ 11พ.ค. 58
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 8,684,389 ครั้ง