มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

เรื่องการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ของนิสิต/นักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ และศิลปศาสตร์

ฉัตรปวีณ อำภา. (2555)  นักศึกษาปริญญาโทสาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทำวิจัยเรื่องการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ของนิสิต/นักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ และศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 65 เล่ม  ผลการวิจัยพบว่าการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อจำแนกตามประเภทของระดับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) พบว่า การสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นวัตกรรมและสื่อการสอนที่นิยมใช้มากที่สุด คือ การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษคิดเป็นร้อยละ 12.20 ส่วนการสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคและวิธีการสอนที่นิยมใช้มากที่สุดคือวิธีการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจ คิดเป็นร้อยละ 9.76 จากการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อจำแนกตามประเภทของระดับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) พบว่าการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษนิยมใช้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 33.33 และการสอนอ่านโดยใช้กลวิธีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากเป็นอันดับแรกโดยคิดเป็นร้อยละ 12.50 ผลการประเมินคุณภาพงานวิจัยพบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่มีค่าคะแนนในระดับดีมาก และมีค่าขนาดอิทธิพลในระดับเล่มวิทยานิพนธ์จำนวน 187 เล่ม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.93 นั่นคือค่าเฉลี่ยของกลุ่มทดลองจากงานวิจัยทั้งหมดที่นำมาสังเคราะห์ โดยเฉลี่ยจะมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มควบคุม 1.93 เท่า 


ฉัตรปวีณ อำภา. (2555). การสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ).  กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.  อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ : ดร.ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล, รศ.ดร.วิสาข์ จัติวัตร์ และ ผศ.ดร.ไชยยศ ไพวิทยศิริธรรม.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะงานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษระดับชั้นมัธยมศึกษาระหว่างปี พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2553 และเพื่อประมาณค่าดัชนีมาตรฐานของการวิจัยทางการสอนอ่านภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาระหว่างปี พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2553 โดยประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ของนิสิต/นักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ และศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 65 เล่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบบันทึกข้อมูลคุณลักษณะงานวิจัย 2) แบบประเมินคุณภาพงานวิจัย โดยการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่าการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อจำแนกตามประเภทของระดับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) พบว่า การสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นวัตกรรมและสื่อการสอนที่นิยมใช้มากที่สุด คือ การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษคิดเป็นร้อยละ 12.20 ส่วนการสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคและวิธีการสอนที่นิยมใช้มากที่สุดคือวิธีการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจ คิดเป็นร้อยละ 9.76 จากการสังเคราะห์งานวิจัยด้านการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อจำแนกตามประเภทของระดับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) พบว่าการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษนิยมใช้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 33.33 และการสอนอ่านโดยใช้กลวิธีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากเป็นอันดับแรกโดยคิดเป็นร้อยละ 12.50 ผลการประเมินคุณภาพงานวิจัยพบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่มีค่าคะแนนในระดับดีมาก และมีค่าขนาดอิทธิพลในระดับเล่มวิทยานิพนธ์จำนวน 187 เล่ม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.93 นั่นคือค่าเฉลี่ยของกลุ่มทดลองจากงานวิจัยทั้งหมดที่นำมาสังเคราะห์ โดยเฉลี่ยจะมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มควบคุม 1.93 เท่า 


















แนะนำเมื่อ 08พ.ค. 58
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,911,349 ครั้ง