มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

คาเล็ด ฮอสไซนี่ บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการวรรณกรรม

 

 
วันที่ 20 มีนาคม ปี 2003 วันเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามต่ออิรัก คาเล็ด ฮอสไซนี่ เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานบ้านเกิด 
 
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี เขากลับไปเพราะอยากรู้ว่าเมืองอันสุขสบายที่จากมาในวัยเด็ก ตั้งแต่ปี 1976 เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด ในช่วงนั้น “The Kite Runner” นวนิยายเล่มแรกที่เขียนจากความทรงจำของเขาโดยมีฉากหลังเป็นกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี 
 
“ผมรู้ว่ากำลังเขียน The Kite Runner จบลงในไม่ช้า เป็นความตั้งใจของผมที่ชีวิตนี้จะต้องเขียนหนังสือซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับอัฟกานิสถานอย่างน้อยสักเรื่อง” ฮอสไซนี่พูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น “เมื่อผมไปถึงที่นั่น พบว่าเมืองที่ผมเติบโตมาตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ไม่ได้รับการเหลียวแล และถูกปกครองด้วยกระบอกปืน ผมไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน เรื่องราวที่ได้ยินจากผู้คนในวันนั้นมีแต่เรื่องที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าผิดหวัง ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยหากไม่ได้ไปเห็นมากับตา และแน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านั้นสมควรจะได้รับการบอกเล่าสู่ผู้อื่น” 
 
หลังจากฮอสไซนี่กลับสู่อเมริกาได้สักพัก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชีวิตเขาเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ จากปกติที่เป็นอายุรแพทย์ อาศัยในย่านซาน โฮเซ แคลิฟอร์เนีย มีความสุขแบบคนทั่วๆ ไปกับภรรยาและลูกน้อยอีก 2 คน เพียงชั่วข้ามคืนที่อเมริกาตัดสินใจเปิดฉากบุกอิรัก เขาก็กลายเป็นนักเขียนป๊อปปูลาร์ขึ้นมาทันที ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ “The Kite Runner” มันกลายเป็นหนังสือที่คนอเมริกันหันมาสนใจและต่างพูดถึง 
 
เนื่องด้วยอัฟกานิสถานได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของเหล่าผู้ก่อการร้ายระดับโลก ยอดขายของหนังสือพุ่งพรวดทะลุเกิน 4 ล้านเล่ม ภายในเวลาไม่นาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยอดขายของมันค่อนข้างช้า นับตั้งแต่ตีพิมพ์ออกมาในเดือนมิถุนายน 2003 
 
 
“ทุกครั้งที่เราเปิดหนังสือพิมพ์ ข่าวเกี่ยวกับอัฟกานิสถานมีแต่เรื่องลบและเลวร้าย” มาร์ค ฟอสเตอร์ ผู้กำกับ The Kite Runner เวอร์ชั่นภาพยนตร์ แสดงความเห็น “แต่การอ่านหนังสือของคาเล็ด กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง เราเห็นภาพของประเทศที่อบอวลไปด้วยความรัก อบอุ่น และสวยงาม” 
 
ช่วงปี 2005 ระหว่างที่ยอดขายของหนังสือกำลังชะลอ ฮอสไซนี่ก็ขะมักเขม้นกับงานเขียนชิ้นที่สองของเขา “A Thousand Splendid Suns” นิยายที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตสมัยใหม่ของชาวอัฟกัน ในเรื่อง The Kite Runner ฮอสไซนี่บอกเล่าเรื่องราวที่เป็นโศกนาฏกรรมของเด็กผู้ชาย 2 คน พอมาถึงนิยายเล่มล่าสุด เขาเปลี่ยนมาถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิง 2 คน ที่ชื่อ ไลลาและมาเรียม ในเรื่องทั้งคู่แต่งงานกับราชีด ชายผู้มีนิสัยชั่วร้ายดุจปีศาจ สำหรับแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ เขาได้มาจากการได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล มีทั้งมาจากปากของเด็กขอทานข้างถนน แพทย์ผู้ใจบุญซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาล รวมถึงหญิงสาวซึ่งถูกกดขี่ข่มเหง 
 
ฮอสไซนี่เผยว่า 
 
“เมื่อครั้งไปเยือนคาบูล ผมได้ฟังเรื่องราวของหญิงม่ายคนหนึ่ง พวกตาลีบันไม่อนุญาตให้เธอประกอบอาชีพ หญิงคนนี้จึงไม่มีอาหารมาเลี้ยงลูก เธอต้องคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหารจากกองขยะซึ่งเป็นแหล่งเชื้อโรคต่างๆ นานา เพื่อหาอะไรก็ได้มาประทังชีวิตทั้งเธอและลูกน้อย” สำหรับผู้อ่านที่เคลือบแคลงว่า เรื่องราวของไลลาและมาเรียมในหนังสือจะโอเวอร์เกินไปหรือเปล่า ฮอสไซนี่ยืนยันว่า 
 
“ความจริงที่เกิดขึ้นมันยิ่งกว่านิยายเสียอีก แถมหลายเรื่องที่ได้เห็นได้ยินมา ผมก็ไม่อยากเอาไปใส่ไว้ในหนังสือ เพราะเกรงว่าจะบีบคั้นอารมณ์คนอ่านจนเกินไป ที่ผมพูดได้ก็คือสิ่งที่เกิดกับหญิงชาวอัฟกันนั้นน่ากลัวเกินกว่าใครจะคาดคิด และผมก็จำเป็นต้องป่าวประกาศออกไปให้โลกได้รับรู้ผ่านตัวหนังสือของผม” 
 
 
และเมื่อหนังสือเล่มใหม่ของฮอสไซนี่ปรากฏโฉมออกมาช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2007 มันก็ขึ้นทำเนียบหนังสือขายดีอย่างรวดเร็ว นับถึงตอนนี้ติดเบสท์เซลเลอร์กว่า 30 สัปดาห์เข้าไปแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่หนังสือตลาดแนวทำเงิน นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่า “A Thousand Splendid Suns” คืองานที่แสดงถึงพัฒนาการด้านการเขียนของเขา และก็ยกย่องว่ามีคุณภาพเหนือกว่า “The Kite Runner” เสียอีก 
 
หากไม่ได้อยู่ในช่วงโปรโมทหนังสือ หรือทำงานในฐานะทูตสันถวไมตรีให้แก่หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ กิจกรรมยามว่างที่ฮอสไซนี่ชอบทำก็คือ การดูหนังจากบล็อกบัสเตอร์ดอทคอม เรื่องที่เขาดูในปี 2007 และประทับใจสุดก็คือ Children of Men และ Volver ส่วนหนังในดวงใจตลอดกาล เขายกให้เรื่อง Lawrence of Arabia แต่ถ้าใครไปถามฮอสไซนี่ชั่วโมงนี้ว่ากำลังลุ้นเรื่องไหนให้ประสบความสำเร็จและทำเงินสูงสุด 
 
คำตอบคงเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจาก “The Kite Runner” ฉบับภาพยนตร์ ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายของเขานั่นเอง
 
โดย เดชา มาดารี dechamadaree@hotmail.com 
20 มกราคม พ.ศ. 2551 หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 
แนะนำเมื่อ 29มี.ค. 55
0ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 10,241,686 ครั้ง