แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การสังเคราะห์งานวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ด้านทักษะ การอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระหว่างปี พ.ศ. 2531-2541

วรวุทธ นันทะเสน (2544)นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่าง-ประเทศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำวิจัยเรื่อง การสังเคราะห์งานวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ด้านทักษะการอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างปี พ.ศ. 2531-2541กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท จำนวน 87 เรื่อง ผลการวิจัยพบว่า 1) งานวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 87เรื่อง เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษมากที่สุด รองลงมาคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาสำรวจพฤติกรรมของผู้สอนและผู้เรียน, งานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเรียนการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจำนวน และที่น้อยที่สุดคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาและวิเคราะห์แบบเรียนวิชาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ คิดเป็นร้อยละ 56.32, 25.29,14.94และ3.45ตามลำดับ  2) วิธีสอนที่ยึดแนวการสอนกระบวนการอ่านแบบปฏิสัมพันธ์ และกระบวนการอ่านจากบนลงล่าง และการใช้บทเรียนและแบบฝึกทักษะการอ่านสำเร็จรูป โดยยึดแนวคิดทฤษฎีการเรียนภาษาด้วยตนเอง ตามแนวการเรียนการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ส่งผลดีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของผู้เรียนในทุกด้าน ได้แก่ ด้านพุทธพิสัย จิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย

วรวุทธ  นันทะเสน. (2544). การสังเคราะห์งานวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ด้านทักษะ การอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระหว่างปี พ.ศ. 2531-2541. ปริญญา นิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเททฯ : บัณทิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม :ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เฉลียวศรี  พิบูลชล, อาจารย์ ดร. ราชันย์ บุญธิมา.

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลักษณะและสังเคราะห์ผลการวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างปี พ.ศ. 2531-2541กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นปริญญานิพนธ์/วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท จำนวน 87 เรื่อง ที่วิจัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่านของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างปี พ.ศ.  2531-2541ได้มาจากการเลือกมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการสอนระดับบัณฑิตศึกษา ทางด้านการสอนภาษาอังกฤษ โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)จากมหาวิทยาลัย จำนวน 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยมหิดล เครื่องมือสำหรับการวิจัย เป็นแบบสรุปลักษณะรายละเอียดของงานวิจัย ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นข้อมูลพื้นฐานของรายงานการวิจัย และส่วนที่เป็นรายละเอียดของงานวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่(f) ค่าร้อยละ (%)และค่าไคว์กำลังสอง(χ2)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. งานวิจัยทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่าน ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระหว่างปี พ.ศ.  2531-2541จำนวน 87เรื่อง เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษมากที่สุด จำนวน 49เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 56.32รองลงมาคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาสำรวจพฤติกรรมของผู้สอนและผู้เรียน และงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเรียนการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจำนวน 22เรื่อง และ 13 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 25.29 และ 14.94ตามลำดับ และงานวิจัยเที่น้อยที่สุดคือ งานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาและวิเคราะห์แบบเรียนวิชาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ จำนวน 3 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 3.45

  2. วิธีสอนที่ยึดแนวการสอนกระบวนการอ่านแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Model of Reading) และกระบวนการอ่านจากบนลงล่าง (Top-Down Model of Reading) และการใช้บทเรียนและแบบฝึกทักษะการอ่านสำเร็จรูป โดยยึดแนวคิดทฤษฎีการเรียนภาษาด้วยตนเอง (Self-Instruction) ตามแนวการเรียนการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (Communicative Approach) ส่งผลดีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของผู้เรียนในทุกด้าน ได้แก่ ด้านพุทธพิสัย จิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย

แนะนำเมื่อ 15มี.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,419,818 ครั้ง